top of page

ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ต้องเสียอะไรบ้าง? สรุป ภาษีที่เจ้าของคลินิกควรรู้

1 ต.ค. 2567
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 ต.ค.

ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ต้องเสียอะไรบ้าง

ใครกำลัง เปิดคลินิกรักษาสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์ นอกจากเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ สัตวแพทย์ และใบอนุญาตแล้ว ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ และระบบบัญชีก็เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น เพราะรายได้ของคลินิกอาจมีทั้งค่าตรวจ ค่ารักษา ค่าผ่าตัด ค่า Lab ค่ายา อาหารสัตว์ และสินค้า Pet Shop ซึ่งแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ทางภาษีแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่อง VAT


หากแยกรายได้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ทำได้ง่ายขึ้น ลดความสับสนในระบบบัญชี และช่วยให้เจ้าของกิจการมองเห็นต้นทุนและกำไรได้ชัดเจนมากขึ้น


ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่ควรรู้

ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่เจ้าของกิจการควรรู้หลัก ๆ ได้แก่

  • ภาษีเงินได้

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

  • ภาษีป้าย

นอกจากนี้ คลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและการขายสินค้า ควรแยกรายได้ของแต่ละส่วนในระบบบัญชีให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น


ตัวอย่าง คลินิกมีรายได้เดือนละ 300,000 บาท แบ่งเป็นค่ารักษา 180,000 บาท ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษา 60,000 บาท และอาหารสัตว์หรือสินค้าอีก 60,000 บาท ไม่ควรบันทึกรวมทั้งหมดเป็นรายได้ประเภทเดียว เพราะแต่ละรายการอาจมีผลต่อ VAT แตกต่างกัน


1. ภาษีเงินได้ของคลินิกรักษาสัตว์

หากเปิดคลินิกรักษาสัตว์ในชื่อบุคคลธรรมดา เจ้าของกิจการมีหน้าที่นำรายได้จากกิจการมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกิจการที่ดำเนินในลักษณะธุรกิจ รายได้โดยทั่วไปอาจเข้าลักษณะเงินได้ตามมาตรา 40(8) โดยต้องพิจารณาจากรูปแบบการประกอบกิจการและรายได้ที่เกิดขึ้นจริง


แบบภาษีหลัก ได้แก่

  • ภ.ง.ด.94 สำหรับภาษีครึ่งปี

  • ภ.ง.ด.90 สำหรับภาษีประจำปี

การหักค่าใช้จ่ายต้องพิจารณาตามประเภทกิจการ ไม่ได้หมายความว่าเงินได้มาตรา 40(8) ทุกประเภทจะสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตราเดียวกันได้

ภาษีเงินได้ของคลินิกรักษาสัตว์


 

หากหักค่าใช้จ่ายตามจริง ควรเก็บเอกสาร เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการให้ครบถ้วน


2. เปิดคลินิกรักษาสัตว์ในนามบริษัท เสียภาษีอย่างไร?

หากเปิดในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ในส่วนของภาษีเงินได้จะคำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการ ไม่ได้คิดจากยอดรายได้ทั้งหมด


แบบภาษีหลัก ได้แก่

  • ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งรอบบัญชี

  • ภ.ง.ด.50 ภาษีสิ้นรอบบัญชี

บริษัททั่วไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ

เปิดคลินิกรักษาสัตว์ในนามบริษัท เสียภาษีอย่างไร



หากเข้าเงื่อนไข SME คือ มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี จะใช้อัตรา

  • กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — ยกเว้นภาษี

  • ส่วนที่เกิน 300,000–3,000,000 บาท — เสียภาษี 15%

  • ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท — เสียภาษี 20%


ตัวอย่าง โรงพยาบาลสัตว์มีรายได้ 8 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ 6 ล้านบาท ภาษีจะพิจารณาจากกำไรสุทธิหลังปรับตามหลักภาษี ไม่ได้คิดจากรายได้ 8 ล้านบาททั้งหมด


3. ภาษีคลินิกรักษาสัตว์กับ VAT ต้องจดเมื่อไหร่?

บริการรักษาสัตว์อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT หากรายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องตรวจสอบหน้าที่ในการจดทะเบียน VAT และยื่นจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7%


ตัวอย่าง คลินิกมีรายได้จากบริการรักษาเดือนละ 200,000 บาท หากมีรายได้ต่อเนื่องทั้งปี จะมีรายได้ประมาณ 2.4 ล้านบาท ซึ่งเกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท


เรื่องนี้จึงเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่ควรวางระบบตั้งแต่ก่อนเปิดกิจการ

 

4. ค่ายารักษาสัตว์เสีย VAT ไหม?

ต้องแยกเป็น 2 กรณี


ยาที่ใช้ในการรักษา

หากยา เคมีภัณฑ์ หรือเวชภัณฑ์ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษาสัตว์ รายการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษา แม้จะแยกค่ายาออกจากค่ารักษาในใบเสร็จก็ตาม

ตัวอย่าง ค่าตรวจ 500 บาท ค่าทำแผล 300 บาท และค่ายาที่ใช้ในการรักษา 200 บาท รายการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษาสัตว์


ยาที่ขายเป็นสินค้า

หากลูกค้าเข้ามาซื้อยาแยกจากการรับบริการรักษา ต้องพิจารณาว่ายาหรือเคมีภัณฑ์นั้นเข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมายหรือไม่


ดังนั้นระบบ POS ควรแยกให้ชัดเจน เช่น

  • ค่ารักษา

  • ยาที่ใช้ในการรักษา

  • ยาที่ขายเป็นสินค้า

  • สินค้าประเภทอื่น


5. ขายอาหารสัตว์เสีย VAT ไหม?

อาหารสัตว์ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายอาจได้รับยกเว้น VAT แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกอย่างที่จำหน่ายใน Pet Shop จะได้รับยกเว้น

สินค้าอื่น เช่น

  • ของเล่นสัตว์

  • สายจูง

  • เสื้อผ้าสัตว์

  • ชามอาหาร

  • กระเป๋าสัตว์

  • อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ

อาจอยู่ในระบบ VAT ตามปกติ


ดังนั้นคลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและ Pet Shop ควรตั้งระบบสินค้าและรายได้ให้แยกกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ให้ถูกต้องมากขึ้น


6. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคลินิกรักษาสัตว์

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายมักเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายของคลินิก เช่น

  • ค่าเช่าสถานที่

  • ค่าทำบัญชี

  • ค่าการตลาด

  • ค่าโฆษณา

  • ค่าบริการจากผู้รับจ้าง

  • ค่าจ้างหรือค่าบริการบางประเภท

สิ่งสำคัญคืออัตราหัก ณ ที่จ่าย ไม่ได้เป็น 3% ทุกกรณี


ตัวอย่าง อัตราที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ค่าเช่า 5% ค่าบริการบางประเภท 3% และค่าโฆษณา 2% แต่ต้องตรวจสอบประเภทของเงินและสถานะของผู้รับเงินประกอบด้วย


7. ภาษีป้ายคลินิกรักษาสัตว์

ป้ายชื่อคลินิก ป้ายโลโก้ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ที่เข้าลักษณะตามกฎหมาย ต้องเสียภาษีป้าย

การคำนวณจะพิจารณาจาก

- ขนาดป้าย

- ข้อความบนป้าย

- ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ

- ลักษณะและประเภทของป้าย

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ จ่ายภาษีป้ายคลินิกถูกวิธี ช่วยธุรกิจคุณได้มากกว่าที่คิด! และใช้เครื่องมือคำนวณภาษีป้าย CND เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนทำป้ายจริง



ภาษีป้ายคลินิกรักษาสัตว์





8. ก่อนเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ควรวางระบบบัญชีอย่างไร?

การวางระบบบัญชีตั้งแต่ต้นช่วยให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและการขายสินค้า


แยกรายได้แต่ละประเภท

ควรแยกอย่างน้อย

  • ค่าตรวจและค่ารักษา

  • ค่าผ่าตัด

  • ค่า Lab

  • ค่าฝากรักษา

  • ค่ายาที่ใช้ในการรักษา

  • ยาที่ขายเป็นสินค้า

  • อาหารสัตว์

  • สินค้า Pet Shop

 

ควรวางระบบบัญชี

แยกรายการ VAT

-ระบบ POS ควรแยกให้ได้ว่า รายการใดอยู่ในบังคับ VAT รายการใดได้รับยกเว้น VAT และรายการใดเป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษา

เก็บเอกสารค่าใช้จ่าย

ควรเก็บเอกสารเกี่ยวกับค่าเช่า ค่าตกแต่ง เครื่องมือ เฟอร์นิเจอร์ ซอฟต์แวร์ ค่าการตลาด และค่าจ้างบุคลากรให้ครบถ้วน

แยกค่าใช้จ่ายกับทรัพย์สิน

ตัวอย่าง ซื้อเครื่อง X-ray ราคา 500,000 บาท หากเข้าเกณฑ์เป็นทรัพย์สินของกิจการ อาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และทยอยคิดค่าเสื่อมราคา ไม่ใช่นำยอดทั้งหมดไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทันที


สำหรับผู้ที่กำลังจัดทำงบลงทุนเปิดคลินิก ควรแยกงบอุปกรณ์และเครื่องมือออกจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานตั้งแต่ต้น




 

สรุป ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ต้องรู้อะไรบ้าง?

ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่เจ้าของกิจการควรรู้หลัก ๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีป้าย

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแยกประเภทรายได้ เพราะคลินิกอาจมีทั้ง ค่ารักษา ค่ายา อาหารสัตว์ และสินค้า Pet Shop ซึ่งแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ VAT แตกต่างกัน


ก่อนเปิดคลินิกรักษาสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์ จึงควรวาง ระบบบัญชีและระบบ POS ให้รองรับการแยกรายได้ ค่าใช้จ่าย VAT และรายการที่ได้รับยกเว้น VAT ตั้งแต่ต้น เพื่อช่วยลดปัญหาเมื่อต้องยื่นภาษีภายหลัง


หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านภาษี การคำนวณจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ ประเภทรายได้ สินค้า และข้อเท็จจริงของแต่ละคลินิก ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนนำไปใช้จริง


CND ให้บริการ วางแผน ออกแบบ และจัดตั้งคลินิกรักษาสัตว์แบบครบวงจร ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ วางแปลน ออกแบบ ตกแต่ง ไปจนถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการขออนุญาตเปิดคลินิกรักษาสัตว์ หากกำลังวางแผนเปิดคลินิก สามารถสอบถามทีม CND ได้ที่ LINE ID: @clinicdeccor

ติดต่อ CND

 

ความคิดเห็น


bottom of page