ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ต้องเสียอะไรบ้าง? สรุป ภาษีที่เจ้าของคลินิกควรรู้
อัปเดตเมื่อ 3 ต.ค.

ใครกำลัง เปิดคลินิกรักษาสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์ นอกจากเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ สัตวแพทย์ และใบอนุญาตแล้ว ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ และระบบบัญชีก็เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น เพราะรายได้ของคลินิกอาจมีทั้งค่าตรวจ ค่ารักษา ค่าผ่าตัด ค่า Lab ค่ายา อาหารสัตว์ และสินค้า Pet Shop ซึ่งแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ทางภาษีแตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่อง VAT
หากแยกรายได้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ทำได้ง่ายขึ้น ลดความสับสนในระบบบัญชี และช่วยให้เจ้าของกิจการมองเห็นต้นทุนและกำไรได้ชัดเจนมากขึ้น
ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่ควรรู้
ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่เจ้าของกิจการควรรู้หลัก ๆ ได้แก่
ภาษีเงินได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีป้าย
นอกจากนี้ คลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและการขายสินค้า ควรแยกรายได้ของแต่ละส่วนในระบบบัญชีให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ตัวอย่าง คลินิกมีรายได้เดือนละ 300,000 บาท แบ่งเป็นค่ารักษา 180,000 บาท ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษา 60,000 บาท และอาหารสัตว์หรือสินค้าอีก 60,000 บาท ไม่ควรบันทึกรวมทั้งหมดเป็นรายได้ประเภทเดียว เพราะแต่ละรายการอาจมีผลต่อ VAT แตกต่างกัน
1. ภาษีเงินได้ของคลินิกรักษาสัตว์
หากเปิดคลินิกรักษาสัตว์ในชื่อบุคคลธรรมดา เจ้าของกิจการมีหน้าที่นำรายได้จากกิจการมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกิจการที่ดำเนินในลักษณะธุรกิจ รายได้โดยทั่วไปอาจเข้าลักษณะเงินได้ตามมาตรา 40(8) โดยต้องพิจารณาจากรูปแบบการประกอบกิจการและรายได้ที่เกิดขึ้นจริง
แบบภาษีหลัก ได้แก่
ภ.ง.ด.94 สำหรับภาษีครึ่งปี
ภ.ง.ด.90 สำหรับภาษีประจำปี
การหักค่าใช้จ่ายต้องพิจารณาตามประเภทกิจการ ไม่ได้หมายความว่าเงินได้มาตรา 40(8) ทุกประเภทจะสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตราเดียวกันได้

หากหักค่าใช้จ่ายตามจริง ควรเก็บเอกสาร เช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่าสาธารณูปโภค ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับกิจการให้ครบถ้วน
2. เปิดคลินิกรักษาสัตว์ในนามบริษัท เสียภาษีอย่างไร?
หากเปิดในนามบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ในส่วนของภาษีเงินได้จะคำนวณจากกำไรสุทธิของกิจการ ไม่ได้คิดจากยอดรายได้ทั้งหมด
แบบภาษีหลัก ได้แก่
ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งรอบบัญชี
ภ.ง.ด.50 ภาษีสิ้นรอบบัญชี
บริษัททั่วไปเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ

หากเข้าเงื่อนไข SME คือ มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี จะใช้อัตรา
กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — ยกเว้นภาษี
ส่วนที่เกิน 300,000–3,000,000 บาท — เสียภาษี 15%
ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท — เสียภาษี 20%
ตัวอย่าง โรงพยาบาลสัตว์มีรายได้ 8 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ 6 ล้านบาท ภาษีจะพิจารณาจากกำไรสุทธิหลังปรับตามหลักภาษี ไม่ได้คิดจากรายได้ 8 ล้านบาททั้งหมด
3. ภาษีคลินิกรักษาสัตว์กับ VAT ต้องจดเมื่อไหร่?
บริการรักษาสัตว์อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT หากรายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องตรวจสอบหน้าที่ในการจดทะเบียน VAT และยื่นจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7%
ตัวอย่าง คลินิกมีรายได้จากบริการรักษาเดือนละ 200,000 บาท หากมีรายได้ต่อเนื่องทั้งปี จะมีรายได้ประมาณ 2.4 ล้านบาท ซึ่งเกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท
เรื่องนี้จึงเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่ควรวางระบบตั้งแต่ก่อนเปิดกิจการ
4. ค่ายารักษาสัตว์เสีย VAT ไหม?
ต้องแยกเป็น 2 กรณี
ยาที่ใช้ในการรักษา
หากยา เคมีภัณฑ์ หรือเวชภัณฑ์ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษาสัตว์ รายการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษา แม้จะแยกค่ายาออกจากค่ารักษาในใบเสร็จก็ตาม
ตัวอย่าง ค่าตรวจ 500 บาท ค่าทำแผล 300 บาท และค่ายาที่ใช้ในการรักษา 200 บาท รายการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษาสัตว์
ยาที่ขายเป็นสินค้า
หากลูกค้าเข้ามาซื้อยาแยกจากการรับบริการรักษา ต้องพิจารณาว่ายาหรือเคมีภัณฑ์นั้นเข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมายหรือไม่
ดังนั้นระบบ POS ควรแยกให้ชัดเจน เช่น
ค่ารักษา
ยาที่ใช้ในการรักษา
ยาที่ขายเป็นสินค้า
สินค้าประเภทอื่น
5. ขายอาหารสัตว์เสีย VAT ไหม?
อาหารสัตว์ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายอาจได้รับยกเว้น VAT แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกอย่างที่จำหน่ายใน Pet Shop จะได้รับยกเว้น
สินค้าอื่น เช่น
ของเล่นสัตว์
สายจูง
เสื้อผ้าสัตว์
ชามอาหาร
กระเป๋าสัตว์
อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ
อาจอยู่ในระบบ VAT ตามปกติ
ดังนั้นคลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและ Pet Shop ควรตั้งระบบสินค้าและรายได้ให้แยกกันอย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ให้ถูกต้องมากขึ้น
6. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคลินิกรักษาสัตว์
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายมักเกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายของคลินิก เช่น
ค่าเช่าสถานที่
ค่าทำบัญชี
ค่าการตลาด
ค่าโฆษณา
ค่าบริการจากผู้รับจ้าง
ค่าจ้างหรือค่าบริการบางประเภท
สิ่งสำคัญคืออัตราหัก ณ ที่จ่าย ไม่ได้เป็น 3% ทุกกรณี
ตัวอย่าง อัตราที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ค่าเช่า 5% ค่าบริการบางประเภท 3% และค่าโฆษณา 2% แต่ต้องตรวจสอบประเภทของเงินและสถานะของผู้รับเงินประกอบด้วย
7. ภาษีป้ายคลินิกรักษาสัตว์
ป้ายชื่อคลินิก ป้ายโลโก้ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ที่เข้าลักษณะตามกฎหมาย ต้องเสียภาษีป้าย
การคำนวณจะพิจารณาจาก
- ขนาดป้าย
- ข้อความบนป้าย
- ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
- ลักษณะและประเภทของป้าย
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ จ่ายภาษีป้ายคลินิกถูกวิธี ช่วยธุรกิจคุณได้มากกว่าที่คิด! และใช้เครื่องมือคำนวณภาษีป้าย CND เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนทำป้ายจริง

8. ก่อนเปิดคลินิกรักษาสัตว์ ควรวางระบบบัญชีอย่างไร?
การวางระบบบัญชีตั้งแต่ต้นช่วยให้การจัดการ ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคลินิกที่มีทั้งบริการรักษาและการขายสินค้า
แยกรายได้แต่ละประเภท
ควรแยกอย่างน้อย
ค่าตรวจและค่ารักษา
ค่าผ่าตัด
ค่า Lab
ค่าฝากรักษา
ค่ายาที่ใช้ในการรักษา
ยาที่ขายเป็นสินค้า
อาหารสัตว์
สินค้า Pet Shop

แยกรายการ VAT
-ระบบ POS ควรแยกให้ได้ว่า รายการใดอยู่ในบังคับ VAT รายการใดได้รับยกเว้น VAT และรายการใดเป็นส่วนหนึ่งของบริการรักษา
เก็บเอกสารค่าใช้จ่าย
ควรเก็บเอกสารเกี่ยวกับค่าเช่า ค่าตกแต่ง เครื่องมือ เฟอร์นิเจอร์ ซอฟต์แวร์ ค่าการตลาด และค่าจ้างบุคลากรให้ครบถ้วน
แยกค่าใช้จ่ายกับทรัพย์สิน
ตัวอย่าง ซื้อเครื่อง X-ray ราคา 500,000 บาท หากเข้าเกณฑ์เป็นทรัพย์สินของกิจการ อาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และทยอยคิดค่าเสื่อมราคา ไม่ใช่นำยอดทั้งหมดไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทันที
สำหรับผู้ที่กำลังจัดทำงบลงทุนเปิดคลินิก ควรแยกงบอุปกรณ์และเครื่องมือออกจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานตั้งแต่ต้น
สรุป ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ต้องรู้อะไรบ้าง?
ภาษีคลินิกรักษาสัตว์ ที่เจ้าของกิจการควรรู้หลัก ๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีป้าย
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแยกประเภทรายได้ เพราะคลินิกอาจมีทั้ง ค่ารักษา ค่ายา อาหารสัตว์ และสินค้า Pet Shop ซึ่งแต่ละรายการอาจมีหลักเกณฑ์ VAT แตกต่างกัน
ก่อนเปิดคลินิกรักษาสัตว์หรือโรงพยาบาลสัตว์ จึงควรวาง ระบบบัญชีและระบบ POS ให้รองรับการแยกรายได้ ค่าใช้จ่าย VAT และรายการที่ได้รับยกเว้น VAT ตั้งแต่ต้น เพื่อช่วยลดปัญหาเมื่อต้องยื่นภาษีภายหลัง
หมายเหตุ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปด้านภาษี การคำนวณจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ ประเภทรายได้ สินค้า และข้อเท็จจริงของแต่ละคลินิก ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนนำไปใช้จริง
CND ให้บริการ วางแผน ออกแบบ และจัดตั้งคลินิกรักษาสัตว์แบบครบวงจร ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ วางแปลน ออกแบบ ตกแต่ง ไปจนถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการขออนุญาตเปิดคลินิกรักษาสัตว์ หากกำลังวางแผนเปิดคลินิก สามารถสอบถามทีม CND ได้ที่ LINE ID: @clinicdeccor





ความคิดเห็น