อุปกรณ์สำหรับเปิดคลินิก ที่ต้องจัดเตรียมในการตรวจมาตรฐานคลินิก
- 27 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 28 ม.ค.

อุปกรณ์สำหรับเปิดคลินิกมีอะไรบ้าง?
การจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับเปิดคลินิกในปี 2569 จะต้องเป็นไปตาม มาตรฐานสถานพยาบาล ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหลักๆ ดังนี้
1.หมวดอุปกรณ์ช่วยชีวิตและฉุกเฉิน (Emergency)
รายการ “ยาฉุกเฉิน” ต้องมีอย่างน้อย 5 รายการ
Adrenaline injection 1:1000
Steroid injection เช่น Dexamethasone หรือ Hydrocortisone
Chlorpheniramine injection
50% Glucose injection
ยาอมใต้ลิ้นเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ
แนะนำ: ทำเป็น “ถาด/ชุดฉุกเฉิน” และตรวจวันหมดอายุสม่ำเสมอ (ฟอร์มย้ำเรื่องยาหมดอายุ/ฉลากถูกต้อง)

อุปกรณ์/เวชภัณฑ์ฉุกเฉิน (มีจำนวนกำหนด)
ถุงบีบลมช่วยหายใจพร้อมหน้ากาก (AMBU) (1 ชุด)
NSS 1,000 cc + ชุดให้สารน้ำ (IV set) (2 ชุด)
Medicut/เข็มแทงเส้น (2 ชุด)
Syringe 5 หลอด + เข็ม (5 อัน)
เสาแขวนน้ำเกลือแบบเคลื่อนย้ายได้ (1 อัน)
Oral airway (1 อัน)
Oxygen tank ออ (1 ถัง)
เครื่องช็อกหัวใจ
Defibrillator: “บังคับเฉพาะกรณีคลินิกมีห้องผ่าตัดใหญ่”
(ถ้าจะใส่ AED เพิ่มได้ในฐานะ “เพิ่มความปลอดภัย” แต่ฟอร์มนี้บังคับชัดที่ Defib เมื่อมี OR ใหญ่)
แผนส่งต่อฉุกเฉิน (ของที่ต้องมีให้ดูตอนตรวจ)
ต้องมี “แผนและขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน”
ต้องมี “เบอร์โทรฉุกเฉินติดต่อ รพ./สถานพยาบาลที่ศักยภาพสูงกว่า” ติดให้เห็นชัด

2) หมวดอุปกรณ์ตรวจและเครื่องมือพื้นฐานใน “ห้องตรวจโรค”
เครื่องใช้ทั่วไปในห้องตรวจ (ฟอร์มเช็คเป็นรายการ)
โต๊ะตรวจโรค + เก้าอี้ (เก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว)
เตียงตรวจโรค ขนาด (W80 x L180 x H80) “พื้นแข็ง ช่วยฟื้นคืนชีพได้” + บันไดขึ้นเตียง (Step) และ ไม่ใช่เตียงยกขึ้นลงแบบเตียงความงาม/เสริมสวย
ที่นอน + หมอน + ผ้าคลุมตัว
อ่างฟอกมือ “ชนิดไม่ใช้มือเปิด-ปิดน้ำ” + สบู่/เจลล้างมือ + ผ้า/กระดาษเช็ดมือ (ต้องมีใน ทุกห้องตรวจ / ห้อง Treatment)
เครื่องมือ/อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย
หูฟังแพทย์
เครื่องวัดความดัน
เครื่องวัดอุณหภูมิ
ไฟฉาย
ไม้กดลิ้น
เครื่องชั่งน้ำหนัก + ที่วัดส่วนสูง (อยู่ในห้องตรวจหรือบริเวณพักคอย)

3) หมวดคลังยา / ถาดนับยา / การจัดเก็บยา
ตู้/ชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์
ต้องมี “ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์เป็นสัดส่วน”
ยาและเวชภัณฑ์ขั้นต่ำ
ต้องมียา/เวชภัณฑ์เฉพาะทางตามสาขาที่ขออนุญาต
ถ้ามี “ตรวจโรคทั่วไป” ต้องมี อย่างน้อย 5 กลุ่มยา (จาก 13 กลุ่ม) และในกลุ่มยาปฏิชีวนะกำหนด “ไม่น้อยกว่า 3 ประเภท”
ถาดนับยา
ต้องมี “อุปกรณ์นับเม็ดยาอย่างน้อย 2 ชุด” (แยกยาทั่วไป/ยาปฏิชีวนะ)
ซองยา/ฉลากยา (จุดที่มักตกหล่น)
ซองยา/ภาชนะบรรจุยา ต้องมี: ชื่อคลินิก ที่อยู่ เบอร์โทร ชื่อ-สกุลผู้ป่วย ชื่อยา วิธีใช้ และวันหมดอายุ
ตู้เย็นเก็บยา (กรณีมีวัคซีน/ยาต้องคุมอุณหภูมิ)
ต้องมีตู้เย็น และมีการควบคุมอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ
ยาเสพติดให้โทษ (ถ้ามี)
ต้องมีตู้/ที่เก็บที่มั่นคง ปลอดภัย มีกุญแจ

4) หมวดทำหัตถการ/ฆ่าเชื้อ (เฉพาะ “กรณีมีบริการนั้น”)
ห้องผ่าตัดเล็ก/หัตถการ
ต้องมี Autoclave และ “ตู้เก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ” พร้อมระบุวัน/เดือน/ปี ฯลฯ
ต้องมี “คู่มือหรือแผนภูอมิขั้นตอนทำความสะอาดและทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ”
(ถ้าเป็น “ห้องผ่าตัดใหญ่” รายการจะเพิ่มระดับ OR เช่น monitor, laryngoscope, suction, ระบบไฟสำรอง ฯลฯ ตามฟอร์มหน้า OR ใหญ่)

5) หมวดความปลอดภัย/สิ่งแวดล้อม (ที่ตรวจจริงละเอียดมาก)
ขยะทั่วไป + ขยะติดเชื้อ (ต้องวางคู่กันทุกห้องตรวจ/ห้องบริการ)
ห้องตรวจและห้องบริการต้องมี “ถังขยะทั่วไป + ถังขยะติดเชื้อ” แบบเหยียบ ฝาปิดมิดชิด วางคู่กันทุกห้อง
ขยะติดเชื้อใช้ “ถุงสีแดง” เขียน “ขยะติดเชื้อ” / ขยะทั่วไปใช้ “ถุงสีดำ” เขียน “ขยะทั่วไป”
ต้องมีหลักฐานการกำจัดขยะติดเชื้อ เช่น สัญญา/หนังสือตอบรับการขนถ่าย
ถังดับเพลิง + ป้ายห้ามสูบบุหรี่
ถังดับเพลิง ไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์ ติดตั้งให้ “ส่วนบนสุดสูงจากพื้นไม่เกิน 1.50 ม.” และติดตั้งทุกชั้น
ต้องมีป้าย “ห้ามสูบบุหรี่” ด้านหน้าประตูทางเข้า




![แนวทางการเปิดคลินิกในหมู่บ้าน: เตรียมเอกสารให้ครบตามกฎหมาย [คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2025]](https://static.wixstatic.com/media/cd94dc_3d181a3f6d4e4b59b1f92fbf982d9df1~mv2.png/v1/fill/w_980,h_735,al_c,q_90,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/cd94dc_3d181a3f6d4e4b59b1f92fbf982d9df1~mv2.png)

I just read this article about the required equipment for clinic standards and honestly it was really informative I didn’t realise how much thought goes into making sure a clinic is properly equipped for safety, hygiene, and effective patient care. The way the post breaks down essential tools, from basic exam instruments to infection‑control gear, makes it so much clearer why these things can’t be overlooked. It also made me think about how detailed you have to be when writing about professional standards, because you want to explain everything accurately but still make it easy to follow for someone who might not be in the medical field. Trying to organise all those technical ideas into a clear explanation isn’t always…