top of page

ขออนุญาตโฆษณาคลินิก 2569 ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และข้อควรรู้ก่อนลงโฆษณา

21 ส.ค.
ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 7 ต.ค.


ขออนุญาตโฆษณาคลินิก

การโฆษณาคลินิกผ่าน Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือสื่อออนไลน์ ไม่ใช่ทุกเนื้อหาที่สามารถเผยแพร่ได้ทันที หากเข้าข่ายเป็น การโฆษณาสถานพยาบาล ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่

บทความนี้สรุปเรื่องสำคัญที่ควรรู้ ตั้งแต่ โฆษณาแบบไหนต้องขออนุญาต เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่น คำโฆษณาที่ควรระวัง โปรโมชั่น รีวิว Before–After แพทย์ และเครื่องมือแพทย์


ขออนุญาตโฆษณาคลินิก คืออะไร?

ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สถานพยาบาลต้องดำเนินการขออนุมัติการโฆษณาหรือประกาศก่อนทำการโฆษณา และเนื้อหาต้องไม่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ


การพิจารณาไม่ได้ดูเฉพาะ Artwork เท่านั้น แต่รวมถึงองค์ประกอบของสื่อทั้งหมด เช่น

  • Artwork และภาพประกอบ

  • Caption หรือข้อความโฆษณา

  • Video และเสียง

  • Subtitle หรือ Voice-over

  • ราคา Package และโปรโมชั่น

  • Before–After

  • รีวิว

  • ข้อมูลแพทย์

  • ชื่อหรือภาพเครื่องมือแพทย์

  • ข้อความเกี่ยวกับผลลัพธ์ของบริการ


ดังนั้นก่อนเผยแพร่ ควรตรวจสอบ ภาพและข้อความทั้งหมดที่ผู้บริโภคจะเห็นจริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว


โฆษณาคลินิกแบบไหนต้องขออนุญาต?

หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเผยแพร่ผ่าน Facebook, TikTok หรือ Website แต่ต้องดูว่า เนื้อหานั้นมีลักษณะเป็นการโฆษณาหรือชักชวนให้เข้ามาใช้บริการของสถานพยาบาลหรือไม่


ตัวอย่างสื่อที่ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่ ได้แก่

รูปแบบสื่อ

ตัวอย่างเนื้อหา

Facebook / Instagram

บริการ ราคา Package โปรโมชั่น

Facebook / Instagram Ads

Artwork และ Caption ที่ใช้ยิงโฆษณา

TikTok

Video เสียง Caption และข้อความในคลิป

Website

หน้าบริการ โปรโมชั่น หรือข้อความเชิญชวน

LINE OA

Broadcast โปรโมชั่นและบริการ

YouTube

Video, Script และ Description

Google Ads

ข้อความโฆษณาและ Landing Page

Creator / Presenter

เนื้อหาที่ประชาสัมพันธ์คลินิกหรือบริการ

Live

การ Live เพื่อโฆษณาบริการหรือสถานพยาบาล

หากเป็นการ Live เพื่อโฆษณาบริการหรือสถานพยาบาลต้องขออนุมัติ และแม้เป็นการเผยแพร่ในกลุ่มปิด หากมีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้เข้ามาใช้บริการ ก็ยังต้องพิจารณาเรื่องการขออนุมัติ


โพสต์ให้ความรู้ กับโพสต์โฆษณาคลินิก ต่างกันอย่างไร?

ไม่ใช่ทุกโพสต์ของคลินิกจะถือว่าเป็นโฆษณา ต้องพิจารณาจาก เนื้อหาและวัตถุประสงค์ของโพสต์


โพสต์ให้ความรู้

เป็นเนื้อหาที่เน้นให้ข้อมูลทั่วไป เช่น

-สิวเกิดจากอะไร?

-พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เกิดสิวง่ายขึ้น?


หากเป็นการให้ความรู้ทั่วไปและไม่ได้มีเนื้อหาเชิญชวนให้เข้ามาใช้บริการ มีลักษณะแตกต่างจากโพสต์โฆษณา


โพสต์โฆษณาคลินิก

หากมีการแนะนำบริการ ราคา โปรโมชั่น หรือข้อความเชิญชวน เช่น

-มีปัญหาสิว สามารถเข้ารับบริการโปรแกรมดูแลสิวที่คลินิก โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเดือนนี้


แม้ช่วงต้นของโพสต์จะเป็นเนื้อหาให้ความรู้ แต่เมื่อมีข้อความส่งเสริมบริการเพิ่มเติม ควรพิจารณา เนื้อหาทั้งโพสต์ ว่าเข้าข่ายการโฆษณาหรือไม่


CHAA ใช้หลักพิจารณาจากเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าการให้ความรู้ทั่วไปโดยไม่เจาะจงสถานพยาบาลอาจไม่เข้าข่ายเดียวกับการโฆษณา


ประเภทของโฆษณาในคลินิก ต้องแยกอย่างไรก่อนขออนุญาต?

ประเภทการโฆษณาในคลินิก




ก่อนทำคอนเทนต์หรือยิง Ads ควรแยกก่อนว่าเป็นการโฆษณา คลินิก แพทย์ หรือเครื่องมือแพทย์ เพราะสื่อ 1 ชิ้นอาจเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดมากกว่า 1 ส่วน


โฆษณาคลินิก / สถานพยาบาล

เช่น

  • บริการและหัตถการ

  • ราคา โปรโมชั่น ส่วนลด หรือ Package

  • ภาพและวิดีโอประชาสัมพันธ์บริการ

  • ข้อมูลหรือเทคโนโลยีที่ใช้ในคลินิก


ส่วนนี้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ การโฆษณาสถานพยาบาล โดยข้อความ ภาพ หรือเสียงที่เข้าข่ายโฆษณาต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และห้ามใช้ข้อความ เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด


การใช้ชื่อหรือภาพแพทย์ในโฆษณา

หากในสื่อมีข้อมูล เช่น

  • ชื่อและภาพแพทย์

  • คุณวุฒิ / วุฒิบัตร

  • สาขาความเชี่ยวชาญ

  • ประสบการณ์หรือความสามารถ


แนวทางของกรม สบส. ยังระบุว่า กรณีโฆษณาชื่อหรือภาพผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องมีหลักฐานการปฏิบัติงานจริง เช่น แบบ ส.พ.6 ประกอบการพิจารณาตามกรณี


ต้องใช้ข้อมูลที่ ตรงกับคุณวุฒิจริงและตรวจสอบได้ พร้อมคำนึงถึงข้อบังคับและจริยธรรมของแพทยสภา หลีกเลี่ยงการสื่อในลักษณะโอ้อวด เช่น “เก่งที่สุด” “อันดับ 1” หรือ “รักษาหายแน่นอน”

ทั้งนี้ การนำข้อมูลแพทย์มาใช้ในโฆษณาคลินิก ไม่ได้หมายความว่าต้องขอใบอนุญาตโฆษณาจากแพทยสภาแยกอีกใบ แต่เนื้อหาต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับวิชาชีพ


การใช้เครื่องมือแพทย์ในโฆษณา

หากคอนเทนต์ไม่ได้เพียงพูดถึงบริการ แต่เน้น ชื่อเครื่องมือแพทย์ ยี่ห้อ รุ่น ภาพตัวเครื่อง คุณสมบัติ ประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จากเครื่องมือ เช่น

  • เครื่อง Laser

  • เครื่อง HIFU / RF

  • เครื่อง Ultrasound

  • เครื่อง X-ray

  • เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น

ต้องพิจารณากฎหมายด้าน การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพิ่มเติม


เตรียมสื่อโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต

ก่อนยื่นขออนุญาต ควรเตรียมสื่อให้ใกล้เคียงกับ เวอร์ชันที่จะเผยแพร่จริง มากที่สุด ทั้ง Artwork, Caption, Video, Subtitle, Voice-over, ราคา โปรโมชั่น เงื่อนไข และ CTA เพราะกฎหมายพิจารณาทั้ง ข้อความ เสียง และภาพ ที่ใช้ในการโฆษณา


โฆษณาคลินิก / บริการ / หัตถการ

การโฆษณาคลินิก



ครอบคลุมสื่อที่ประชาสัมพันธ์ เช่น

  • บริการหรือหัตถการของคลินิก

  • Package / Program

  • ราคาและโปรโมชั่น

  • ภาพหรือวิดีโอแนะนำบริการ

  • วัน–เวลาเปิดให้บริการ

บริการที่นำมาโฆษณาต้อง มีให้บริการจริงและอยู่ในขอบเขตที่คลินิกได้รับอนุญาต หากมีเฉพาะบางสาขา ต้องระบุสาขานั้นให้ชัดเจน ไม่ควรทำให้เข้าใจว่ามีบริการทุกสาขา


คำต้องห้ามโฆษณาคลินิก มีอะไรบ้าง?

คำว่า “คำต้องห้าม” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติควรพิจารณา ข้อความและบริบทของโฆษณาโดยรวม

แนวทางของกรม สบส. มีตัวอย่างคำหรือข้อความที่ ไม่อนุมัติให้ใช้ในลักษณะการโฆษณาที่ระบุ เช่น

  • ดีที่สุด / เก่งที่สุด / อันดับ 1

  • แห่งแรก / แห่งเดียว

  • เหนือกว่า / สูงกว่า

  • ครบวงจร

  • World Class / มาตรฐานสากล

  • ล้ำสมัย / ใหม่ล่าสุด

  • เห็นผลทันที / หายในทันที

  • ปลอดภัย 100% / ปลอดภัยสูง

  • หมดปัญหา / สมบูรณ์แบบ / เป๊ะทุกจุด

  • รับรองผล / การันตีผล

  • ข้อความที่เปรียบเทียบว่าดีกว่าหรือเหนือกว่าสถานพยาบาลอื่น


ตัวอย่าง คำว่า “ครบวงจร” และ “คลินิกครบวงจร” ถูกระบุในแนวทางว่าเป็นข้อความที่มีลักษณะโอ้อวดเกินความจริงในบริบทดังกล่าว


แม้ไม่ได้ใช้คำเหล่านี้ตรง ๆ แต่หากความหมายโดยรวมทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า รักษาได้แน่นอน ดีกว่าที่อื่น หรือได้ผลสูงสุด ก็อาจเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิดได้


โฆษณาแพทย์

 การโฆษณาแพทย์



หากสื่อมี ชื่อ ภาพ คุณวุฒิ วุฒิบัตร สาขาเฉพาะทาง หรือความสามารถของแพทย์ ต้องเป็นข้อมูลจริงและสามารถมีหลักฐานยืนยันได้

  • ใช้คำว่า “แพทย์เฉพาะทาง...” เมื่อมีวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรตรงสาขาจริง

  • การกล่าวถึงวุฒิบัตรหรือคุณวุฒิควรมีเอกสารประกอบ

  • ไม่ควรใช้คำว่า “แพทย์เก่งที่สุด”, “กูรู”, “อันดับ 1” หรือข้อความที่สื่อว่าเหนือกว่าแพทย์อื่น


สำหรับการโฆษณาเกี่ยวกับ เสริมสวยหรือเสริมความงาม ประกาศแพทยสภา พ.ศ. 2567 มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น การแสดงชื่อ–นามสกุลจริงและเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีข้อจำกัดในการใช้ข้อความอ้างความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญด้านความงาม


โฆษณาเครื่องมือแพทย์ / เทคโนโลยี

ต้องแยก ชื่อวิธีการ ออกจาก ชื่อยี่ห้อหรือรุ่นเครื่อง

ตัวอย่าง HIFU คู่มือระบุว่าเป็นชื่อวิธีการ High Intensity Focused Ultrasound ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อเครื่องมือ จึงสามารถกล่าวถึง HIFU ได้ตามบริบทของบริการ

สามารถเขียน เช่น

  • บริการ HIFU

  • โปรแกรม HIFU

และการโฆษณาต้องมีคำว่า “โปรแกรม” นำหน้า HIFU หรือกำหนดขนาดตัวอักษร 60%


กรณีระบุ ชื่อยี่ห้อ/รุ่นเครื่อง เช่น Ulthera, Thermage, VASER หรือแสดงภาพเครื่องที่เห็นแบรนด์อย่างชัดเจน ต้องตรวจสอบ การอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์จาก อย. และอาจต้องแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการยื่นโฆษณาสถานพยาบาล ห้ามอ้างคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัย เป็นเท็จหรือเกินจริง เช่นเดียวกัน


ราคา Package โปรโมชั่น และส่วนลด โฆษณาได้ไหม?

ราคา Package โปรโมชั่น และส่วนลดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสื่อโฆษณาได้ แต่ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ส่วนคำ เช่น

  • ฟรี

  • เพียง

  • โปรโมชั่นพิเศษ

  • ลดสูงสุด

  • ลด ... %

ต้องระบุ บริการ เงื่อนไข ราคา วันเริ่มต้น และวันสิ้นสุด อย่างชัดเจน

เช่น “ปกติ 10,000 เหลือ 5,000 บาท” หรือ “จากราคาเดิม...” ควรตรวจหลักเกณฑ์เป็นพิเศษ


ตัวอย่างเช่น

โปรแกรม A ราคา 4,990 บาท / 1 ครั้ง

สำหรับผู้รับบริการใหม่

โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1–31 ธันวาคม


ควรระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบ เช่น

  • บริการที่ได้รับ

  • จำนวนครั้ง

  • กลุ่มผู้มีสิทธิ์

  • ระยะเวลาโปรโมชั่น

  • เงื่อนไขเพิ่มเติม

  • ค่าใช้จ่ายอื่น หากมี

ไม่ควรใช้เพียงข้อความที่เน้นส่วนลดหรือความคุ้มค่าโดยไม่มีรายละเอียดเพียงพอให้ผู้บริโภคเข้าใจเงื่อนไข


Before–After ใช้โฆษณาคลินิกได้ไหม?

การทำภาพ Before After



Before–After สามารถนำมาใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และต้องขออนุมัติก่อนนำไปใช้เป็นโฆษณา

โดยภาพ Before–After ต้องเป็นภาพจริง ไม่ปรับแต่ง มีข้อมูลผู้รับบริการอย่างถูกต้อง และได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการ


แนวทางฉบับอัปเดต 2568 กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมว่า

  • ต้องเป็นภาพถ่ายจริง ไม่มีการตกแต่งภาพเพิ่มเติม

  • เป็นผู้ที่เข้ารับบริการจริงกับสถานพยาบาลนั้น

  • มีหนังสือแสดงความยินยอมในการเผยแพร่ภาพ

  • ระบุหัตถการและวันที่ทำ

  • ระบุข้อความในลักษณะว่า ผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน หรือ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 


ดังนั้น การได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ เนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย

ควรหลีกเลี่ยงภาพที่ มีเลือด หวาดเสียว แสดงความทุกข์ทรมาน ลามก หรือไม่เหมาะสมต่อสาธารณะ 


ใช้ Influencer หรือ Creator โฆษณาคลินิกได้ไหม?

หากบุคคลภายนอกเผยแพร่เนื้อหาเพื่อประชาสัมพันธ์หรือชักชวนให้เข้ามาใช้บริการของสถานพยาบาล เนื้อหาดังกล่าวยังต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์การโฆษณาสถานพยาบาลเช่นเดียวกับการเผยแพร่ผ่านช่องทางของคลินิก


อีกจุดที่ควรรู้คือ แนวทางฉบับ 2568 ระบุว่า คำว่า “Influencer” ไม่อนุมัติให้ใช้เป็นข้อความโฆษณาในลักษณะที่กำหนด และเสนอให้ใช้คำว่า “พรีเซนเตอร์” หรือชื่อ–นามสกุล แทนตามบริบท 


เตรียมเอกสารขออนุญาตโฆษณาคลินิก

ปัจจุบัน CHAA ระบุ แบบคำขออนุมัติโฆษณา ส.พ.1 เป็นแบบฟอร์มหลัก และมีแบบสำหรับการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และ Social Media เพิ่มเติม เอกสารหลักที่ควรเตรียม ได้แก่


1.แบบคำขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล

2.เอกสารส่วนตัว

กรณีบุคคลธรรมดา

  •  สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขออนุญาต

  •  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต

  •  สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ.7 

  •  หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน


กรณีนิติบุคคล / บริษัท

  •  หนังสือรับรองบริษัท

  •  สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

  •  สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

  •  สำเนาหลักฐานสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / ทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง ตามเอกสารที่หน่วยงานกำหนด

  •  สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ.7 

  •  หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน

เอกสารสื่อที่ต้องเตรียมแนบ

สำหรับสื่อออนไลน์ ควรเตรียม หน้าสื่อหรือหน้าเพจที่จะแสดงโฆษณา พร้อมลิงก์ของช่องทางนั้น ได้แก่ LINE, Facebook, Instagram และ TikTok

โดยเตรียมเอกสารเป็น

  • หน้าเพจ/หน้าช่องทาง พร้อม Link หรือ URL — พิมพ์สี

  • หน้าเพจ/หน้าช่องทาง พร้อม Link หรือ URL — พิมพ์ขาวดำ

  • Artwork / ภาพโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต

  • Caption หรือข้อความที่จะใช้ประกอบโฆษณา

  • หากเป็นวิดีโอ ควรเตรียม Script / Storyboard / ข้อความที่ปรากฏในวิดีโอประกอบด้วย


การขออนุญาตโฆษณาคลินิกออนไลน์ มี 2 ส่วนที่ควรเข้าใจ

เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมงาน สามารถแยกออกเป็น 2 ส่วน


1. ช่องทางที่ใช้เผยแพร่

เช่น

  • Facebook

  • Instagram

  • TikTok

  • Website

  • LINE OA

  • YouTube

กรณีโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ CHAA มี แบบคำขออนุมัติโฆษณาออนไลน์ สำหรับสื่อออนไลน์และ Social Media โดยเฉพาะ


2. เนื้อหาที่นำไปเผยแพร่

เช่น

  • Artwork

  • Video

  • Caption

  • ราคา

  • โปรโมชั่น

  • Before–After

  • รีวิว

  • ข้อมูลแพทย์

  • เครื่องมือแพทย์


แม้คลินิกจะมี Facebook Page หรือช่องทางออนไลน์พร้อมใช้งานแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสื่อโฆษณาทุกชิ้นสามารถนำไปเผยแพร่ได้ทันที เพราะเนื้อหาแต่ละชิ้นอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน


ตัวอย่างเช่น หากมี สื่อโฆษณา 1 ชิ้น และต้องการนำไปเผยแพร่ทั้ง Facebook และ Instagram จะถือเป็น 1 สื่อโฆษณา แต่ใช้ 2 ช่องทางเผยแพร่

ดังนั้นตอนยื่นขออนุญาต ต้องยื่นทั้ง 1 สื่อโฆษณา กับ 2 ช่องทาง และควรได้รับอนุญาต ทั้ง 2 ช่องทางก่อนนำสื่อไปเผยแพร่จริง


ขั้นตอนขออนุญาตโฆษณาคลินิก




ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร

จัดเตรียม

  • แบบคำขอ ส.พ.1

  • เอกสารของสถานพยาบาล

  • เนื้อหาโฆษณาที่ต้องการขออนุมัติ

  • เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามกรณี


ขั้นตอนที่ 2 ยื่นคำขออนุมัติ

สำหรับสถานพยาบาลในกรุงเทพฯ ยื่นตามช่องทางของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่วนสถานพยาบาลในต่างจังหวัดยื่นผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตามพื้นที่ ควรตรวจสอบช่องทางการยื่นล่าสุดจากหน่วยงานก่อนดำเนินการ


ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณา

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ

  • ความครบถ้วนของเอกสาร

  • ความถูกต้องตามกฎหมาย

  • เนื้อหาโฆษณา

  • เอกสารประกอบอื่นตามกรณี

หากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม


ขั้นตอนที่ 4 รับผลอนุมัติและนำสื่อไปใช้

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ควรนำสื่อไปเผยแพร่ ตามข้อความ ภาพ เสียง และเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ พร้อมเก็บเอกสารไว้เป็นหลักฐาน


หากต้องการแก้ Artwork หรือ Caption หลังได้รับอนุมัติ ต้องทำอย่างไร?

ไม่ควรนำสื่อที่มีการแก้สาระสำคัญไปเผยแพร่ทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ

ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ควรระวัง เช่น

  • เปลี่ยนราคา

  • เพิ่มหรือลดโปรโมชั่น

  • เพิ่มของแถม

  • เพิ่ม Before–After

  • เพิ่มข้อความเกี่ยวกับผลลัพธ์

  • เพิ่มข้อมูลแพทย์

  • เพิ่มชื่อหรือภาพเครื่องมือแพทย์

  • เปลี่ยน Caption จนความหมายต่างจากเดิม

CHAA มี แบบฟอร์มแก้ไขเนื้อหาโฆษณาที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนก่อนนำสื่อที่แก้ไขไปใช้


โฆษณาคลินิกโดยไม่ได้รับอนุมัติ มีโทษอย่างไร?

CHAA ระบุว่า การโฆษณาสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุมัติมีโทษปรับ ไม่เกิน 50,000 บาท และอาจมีโทษปรับเพิ่ม วันละ 1,000 บาท จนกว่าจะหยุดการกระทำผิด


ส่วนกรณีโฆษณาเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นควรตรวจสอบสื่อให้ถูกต้อง ก่อนเผยแพร่หรือยิงโฆษณา


สรุป ก่อนโฆษณาคลินิกควรตรวจสอบอะไร?

ก่อนเผยแพร่โฆษณาคลินิก ควรตรวจสอบให้ครบ 2 ส่วน

1. ช่องทางที่ใช้เผยแพร่

เช่น Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือ LINE OA

2. เนื้อหาที่จะเผยแพร่

เช่น Artwork, Video, Caption, ราคา โปรโมชั่น Before–After รีวิว ข้อมูลแพทย์ หรือเครื่องมือแพทย์


แม้ช่องทางออนไลน์ของคลินิกจะพร้อมใช้งานแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสื่อโฆษณาทุกชิ้นจะสามารถนำไปเผยแพร่ได้ทันที เพราะรายละเอียดของแต่ละชิ้นอาจแตกต่างกันและต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


การขออนุญาตโฆษณาคลินิกอาจดูเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่รายละเอียดสำคัญอยู่ที่ กฎหมาย ข้อความโฆษณา คำที่ควรหลีกเลี่ยง การใช้ข้อมูลแพทย์ ราคา โปรโมชั่น รวมถึงยาและเครื่องมือแพทย์ที่นำมาใช้ในสื่อ หากตรวจไม่ครบ อาจทำให้ต้องแก้ไขชิ้นงานหรือยื่นใหม่ได้


ดังนั้น ก่อนเริ่มโปรโมตหรือยิง Ads ควรตรวจสื่อให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อให้การขออนุญาตเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถนำสื่อไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor




ติดต่อ CND








ความคิดเห็น


bottom of page