ขออนุญาตโฆษณาคลินิก 2569 ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และข้อควรรู้ก่อนลงโฆษณา
อัปเดตเมื่อ 7 ต.ค.

การโฆษณาคลินิกผ่าน Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือสื่อออนไลน์ ไม่ใช่ทุกเนื้อหาที่สามารถเผยแพร่ได้ทันที หากเข้าข่ายเป็น การโฆษณาสถานพยาบาล ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่
บทความนี้สรุปเรื่องสำคัญที่ควรรู้ ตั้งแต่ โฆษณาแบบไหนต้องขออนุญาต เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่น คำโฆษณาที่ควรระวัง โปรโมชั่น รีวิว Before–After แพทย์ และเครื่องมือแพทย์
ขออนุญาตโฆษณาคลินิก คืออะไร?
ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สถานพยาบาลต้องดำเนินการขออนุมัติการโฆษณาหรือประกาศก่อนทำการโฆษณา และเนื้อหาต้องไม่เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
การพิจารณาไม่ได้ดูเฉพาะ Artwork เท่านั้น แต่รวมถึงองค์ประกอบของสื่อทั้งหมด เช่น
Artwork และภาพประกอบ
Caption หรือข้อความโฆษณา
Video และเสียง
Subtitle หรือ Voice-over
ราคา Package และโปรโมชั่น
Before–After
รีวิว
ข้อมูลแพทย์
ชื่อหรือภาพเครื่องมือแพทย์
ข้อความเกี่ยวกับผลลัพธ์ของบริการ
ดังนั้นก่อนเผยแพร่ ควรตรวจสอบ ภาพและข้อความทั้งหมดที่ผู้บริโภคจะเห็นจริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียว
โฆษณาคลินิกแบบไหนต้องขออนุญาต?
หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเผยแพร่ผ่าน Facebook, TikTok หรือ Website แต่ต้องดูว่า เนื้อหานั้นมีลักษณะเป็นการโฆษณาหรือชักชวนให้เข้ามาใช้บริการของสถานพยาบาลหรือไม่
ตัวอย่างสื่อที่ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่ ได้แก่
รูปแบบสื่อ | ตัวอย่างเนื้อหา |
Facebook / Instagram | บริการ ราคา Package โปรโมชั่น |
Facebook / Instagram Ads | Artwork และ Caption ที่ใช้ยิงโฆษณา |
TikTok | Video เสียง Caption และข้อความในคลิป |
Website | หน้าบริการ โปรโมชั่น หรือข้อความเชิญชวน |
LINE OA | Broadcast โปรโมชั่นและบริการ |
YouTube | Video, Script และ Description |
Google Ads | ข้อความโฆษณาและ Landing Page |
Creator / Presenter | เนื้อหาที่ประชาสัมพันธ์คลินิกหรือบริการ |
Live | การ Live เพื่อโฆษณาบริการหรือสถานพยาบาล |
หากเป็นการ Live เพื่อโฆษณาบริการหรือสถานพยาบาลต้องขออนุมัติ และแม้เป็นการเผยแพร่ในกลุ่มปิด หากมีวัตถุประสงค์เพื่อชักชวนให้เข้ามาใช้บริการ ก็ยังต้องพิจารณาเรื่องการขออนุมัติ
โพสต์ให้ความรู้ กับโพสต์โฆษณาคลินิก ต่างกันอย่างไร?
ไม่ใช่ทุกโพสต์ของคลินิกจะถือว่าเป็นโฆษณา ต้องพิจารณาจาก เนื้อหาและวัตถุประสงค์ของโพสต์
โพสต์ให้ความรู้
เป็นเนื้อหาที่เน้นให้ข้อมูลทั่วไป เช่น
-สิวเกิดจากอะไร?
-พฤติกรรมอะไรที่ทำให้เกิดสิวง่ายขึ้น?
หากเป็นการให้ความรู้ทั่วไปและไม่ได้มีเนื้อหาเชิญชวนให้เข้ามาใช้บริการ มีลักษณะแตกต่างจากโพสต์โฆษณา
โพสต์โฆษณาคลินิก
หากมีการแนะนำบริการ ราคา โปรโมชั่น หรือข้อความเชิญชวน เช่น
-มีปัญหาสิว สามารถเข้ารับบริการโปรแกรมดูแลสิวที่คลินิก โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะเดือนนี้
แม้ช่วงต้นของโพสต์จะเป็นเนื้อหาให้ความรู้ แต่เมื่อมีข้อความส่งเสริมบริการเพิ่มเติม ควรพิจารณา เนื้อหาทั้งโพสต์ ว่าเข้าข่ายการโฆษณาหรือไม่
CHAA ใช้หลักพิจารณาจากเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าการให้ความรู้ทั่วไปโดยไม่เจาะจงสถานพยาบาลอาจไม่เข้าข่ายเดียวกับการโฆษณา
ประเภทของโฆษณาในคลินิก ต้องแยกอย่างไรก่อนขออนุญาต?

ก่อนทำคอนเทนต์หรือยิง Ads ควรแยกก่อนว่าเป็นการโฆษณา คลินิก แพทย์ หรือเครื่องมือแพทย์ เพราะสื่อ 1 ชิ้นอาจเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดมากกว่า 1 ส่วน
โฆษณาคลินิก / สถานพยาบาล
เช่น
บริการและหัตถการ
ราคา โปรโมชั่น ส่วนลด หรือ Package
ภาพและวิดีโอประชาสัมพันธ์บริการ
ข้อมูลหรือเทคโนโลยีที่ใช้ในคลินิก
ส่วนนี้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ การโฆษณาสถานพยาบาล โดยข้อความ ภาพ หรือเสียงที่เข้าข่ายโฆษณาต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และห้ามใช้ข้อความ เป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือทำให้เข้าใจผิด
การใช้ชื่อหรือภาพแพทย์ในโฆษณา
หากในสื่อมีข้อมูล เช่น
ชื่อและภาพแพทย์
คุณวุฒิ / วุฒิบัตร
สาขาความเชี่ยวชาญ
ประสบการณ์หรือความสามารถ
แนวทางของกรม สบส. ยังระบุว่า กรณีโฆษณาชื่อหรือภาพผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องมีหลักฐานการปฏิบัติงานจริง เช่น แบบ ส.พ.6 ประกอบการพิจารณาตามกรณี
ต้องใช้ข้อมูลที่ ตรงกับคุณวุฒิจริงและตรวจสอบได้ พร้อมคำนึงถึงข้อบังคับและจริยธรรมของแพทยสภา หลีกเลี่ยงการสื่อในลักษณะโอ้อวด เช่น “เก่งที่สุด” “อันดับ 1” หรือ “รักษาหายแน่นอน”
ทั้งนี้ การนำข้อมูลแพทย์มาใช้ในโฆษณาคลินิก ไม่ได้หมายความว่าต้องขอใบอนุญาตโฆษณาจากแพทยสภาแยกอีกใบ แต่เนื้อหาต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับวิชาชีพ
การใช้เครื่องมือแพทย์ในโฆษณา
หากคอนเทนต์ไม่ได้เพียงพูดถึงบริการ แต่เน้น ชื่อเครื่องมือแพทย์ ยี่ห้อ รุ่น ภาพตัวเครื่อง คุณสมบัติ ประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จากเครื่องมือ เช่น
เครื่อง Laser
เครื่อง HIFU / RF
เครื่อง Ultrasound
เครื่อง X-ray
เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น
ต้องพิจารณากฎหมายด้าน การโฆษณาเครื่องมือแพทย์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพิ่มเติม
เตรียมสื่อโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต
ก่อนยื่นขออนุญาต ควรเตรียมสื่อให้ใกล้เคียงกับ เวอร์ชันที่จะเผยแพร่จริง มากที่สุด ทั้ง Artwork, Caption, Video, Subtitle, Voice-over, ราคา โปรโมชั่น เงื่อนไข และ CTA เพราะกฎหมายพิจารณาทั้ง ข้อความ เสียง และภาพ ที่ใช้ในการโฆษณา
โฆษณาคลินิก / บริการ / หัตถการ

ครอบคลุมสื่อที่ประชาสัมพันธ์ เช่น
บริการหรือหัตถการของคลินิก
Package / Program
ราคาและโปรโมชั่น
ภาพหรือวิดีโอแนะนำบริการ
วัน–เวลาเปิดให้บริการ
บริการที่นำมาโฆษณาต้อง มีให้บริการจริงและอยู่ในขอบเขตที่คลินิกได้รับอนุญาต หากมีเฉพาะบางสาขา ต้องระบุสาขานั้นให้ชัดเจน ไม่ควรทำให้เข้าใจว่ามีบริการทุกสาขา
คำต้องห้ามโฆษณาคลินิก มีอะไรบ้าง?
คำว่า “คำต้องห้าม” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติควรพิจารณา ข้อความและบริบทของโฆษณาโดยรวม
แนวทางของกรม สบส. มีตัวอย่างคำหรือข้อความที่ ไม่อนุมัติให้ใช้ในลักษณะการโฆษณาที่ระบุ เช่น
ดีที่สุด / เก่งที่สุด / อันดับ 1
แห่งแรก / แห่งเดียว
เหนือกว่า / สูงกว่า
ครบวงจร
World Class / มาตรฐานสากล
ล้ำสมัย / ใหม่ล่าสุด
เห็นผลทันที / หายในทันที
ปลอดภัย 100% / ปลอดภัยสูง
หมดปัญหา / สมบูรณ์แบบ / เป๊ะทุกจุด
รับรองผล / การันตีผล
ข้อความที่เปรียบเทียบว่าดีกว่าหรือเหนือกว่าสถานพยาบาลอื่น
ตัวอย่าง คำว่า “ครบวงจร” และ “คลินิกครบวงจร” ถูกระบุในแนวทางว่าเป็นข้อความที่มีลักษณะโอ้อวดเกินความจริงในบริบทดังกล่าว
แม้ไม่ได้ใช้คำเหล่านี้ตรง ๆ แต่หากความหมายโดยรวมทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า รักษาได้แน่นอน ดีกว่าที่อื่น หรือได้ผลสูงสุด ก็อาจเข้าข่ายโอ้อวดเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิดได้
โฆษณาแพทย์

หากสื่อมี ชื่อ ภาพ คุณวุฒิ วุฒิบัตร สาขาเฉพาะทาง หรือความสามารถของแพทย์ ต้องเป็นข้อมูลจริงและสามารถมีหลักฐานยืนยันได้
ใช้คำว่า “แพทย์เฉพาะทาง...” เมื่อมีวุฒิบัตร/อนุมัติบัตรตรงสาขาจริง
การกล่าวถึงวุฒิบัตรหรือคุณวุฒิควรมีเอกสารประกอบ
ไม่ควรใช้คำว่า “แพทย์เก่งที่สุด”, “กูรู”, “อันดับ 1” หรือข้อความที่สื่อว่าเหนือกว่าแพทย์อื่น
สำหรับการโฆษณาเกี่ยวกับ เสริมสวยหรือเสริมความงาม ประกาศแพทยสภา พ.ศ. 2567 มีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น การแสดงชื่อ–นามสกุลจริงและเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีข้อจำกัดในการใช้ข้อความอ้างความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญด้านความงาม
โฆษณาเครื่องมือแพทย์ / เทคโนโลยี
ต้องแยก ชื่อวิธีการ ออกจาก ชื่อยี่ห้อหรือรุ่นเครื่อง
ตัวอย่าง HIFU คู่มือระบุว่าเป็นชื่อวิธีการ High Intensity Focused Ultrasound ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อเครื่องมือ จึงสามารถกล่าวถึง HIFU ได้ตามบริบทของบริการ
สามารถเขียน เช่น
บริการ HIFU
โปรแกรม HIFU
และการโฆษณาต้องมีคำว่า “โปรแกรม” นำหน้า HIFU หรือกำหนดขนาดตัวอักษร 60%
กรณีระบุ ชื่อยี่ห้อ/รุ่นเครื่อง เช่น Ulthera, Thermage, VASER หรือแสดงภาพเครื่องที่เห็นแบรนด์อย่างชัดเจน ต้องตรวจสอบ การอนุญาตโฆษณาเครื่องมือแพทย์จาก อย. และอาจต้องแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการยื่นโฆษณาสถานพยาบาล ห้ามอ้างคุณภาพ ประสิทธิภาพ หรือความปลอดภัย เป็นเท็จหรือเกินจริง เช่นเดียวกัน
ราคา Package โปรโมชั่น และส่วนลด โฆษณาได้ไหม?
ราคา Package โปรโมชั่น และส่วนลดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสื่อโฆษณาได้ แต่ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
ส่วนคำ เช่น
ฟรี
เพียง
โปรโมชั่นพิเศษ
ลดสูงสุด
ลด ... %
ต้องระบุ บริการ เงื่อนไข ราคา วันเริ่มต้น และวันสิ้นสุด อย่างชัดเจน
เช่น “ปกติ 10,000 เหลือ 5,000 บาท” หรือ “จากราคาเดิม...” ควรตรวจหลักเกณฑ์เป็นพิเศษ
ตัวอย่างเช่น
โปรแกรม A ราคา 4,990 บาท / 1 ครั้ง
สำหรับผู้รับบริการใหม่
โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1–31 ธันวาคม
ควรระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบ เช่น
บริการที่ได้รับ
จำนวนครั้ง
กลุ่มผู้มีสิทธิ์
ระยะเวลาโปรโมชั่น
เงื่อนไขเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายอื่น หากมี
ไม่ควรใช้เพียงข้อความที่เน้นส่วนลดหรือความคุ้มค่าโดยไม่มีรายละเอียดเพียงพอให้ผู้บริโภคเข้าใจเงื่อนไข
Before–After ใช้โฆษณาคลินิกได้ไหม?

Before–After สามารถนำมาใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และต้องขออนุมัติก่อนนำไปใช้เป็นโฆษณา
โดยภาพ Before–After ต้องเป็นภาพจริง ไม่ปรับแต่ง มีข้อมูลผู้รับบริการอย่างถูกต้อง และได้รับความยินยอมจากผู้รับบริการ
แนวทางฉบับอัปเดต 2568 กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมว่า
ต้องเป็นภาพถ่ายจริง ไม่มีการตกแต่งภาพเพิ่มเติม
เป็นผู้ที่เข้ารับบริการจริงกับสถานพยาบาลนั้น
มีหนังสือแสดงความยินยอมในการเผยแพร่ภาพ
ระบุหัตถการและวันที่ทำ
ระบุข้อความในลักษณะว่า ผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน หรือ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ดังนั้น การได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ เนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย
ควรหลีกเลี่ยงภาพที่ มีเลือด หวาดเสียว แสดงความทุกข์ทรมาน ลามก หรือไม่เหมาะสมต่อสาธารณะ
ใช้ Influencer หรือ Creator โฆษณาคลินิกได้ไหม?
หากบุคคลภายนอกเผยแพร่เนื้อหาเพื่อประชาสัมพันธ์หรือชักชวนให้เข้ามาใช้บริการของสถานพยาบาล เนื้อหาดังกล่าวยังต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์การโฆษณาสถานพยาบาลเช่นเดียวกับการเผยแพร่ผ่านช่องทางของคลินิก
อีกจุดที่ควรรู้คือ แนวทางฉบับ 2568 ระบุว่า คำว่า “Influencer” ไม่อนุมัติให้ใช้เป็นข้อความโฆษณาในลักษณะที่กำหนด และเสนอให้ใช้คำว่า “พรีเซนเตอร์” หรือชื่อ–นามสกุล แทนตามบริบท
เตรียมเอกสารขออนุญาตโฆษณาคลินิก
ปัจจุบัน CHAA ระบุ แบบคำขออนุมัติโฆษณา ส.พ.1 เป็นแบบฟอร์มหลัก และมีแบบสำหรับการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และ Social Media เพิ่มเติม เอกสารหลักที่ควรเตรียม ได้แก่
1.แบบคำขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล
2.เอกสารส่วนตัว
กรณีบุคคลธรรมดา
สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขออนุญาต
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ.7
หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
กรณีนิติบุคคล / บริษัท
หนังสือรับรองบริษัท
สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
สำเนาหลักฐานสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ / ทะเบียนบ้านสถานที่ตั้ง ตามเอกสารที่หน่วยงานกำหนด
สำเนาใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ.7
หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
เอกสารสื่อที่ต้องเตรียมแนบ
สำหรับสื่อออนไลน์ ควรเตรียม หน้าสื่อหรือหน้าเพจที่จะแสดงโฆษณา พร้อมลิงก์ของช่องทางนั้น ได้แก่ LINE, Facebook, Instagram และ TikTok
โดยเตรียมเอกสารเป็น
หน้าเพจ/หน้าช่องทาง พร้อม Link หรือ URL — พิมพ์สี
หน้าเพจ/หน้าช่องทาง พร้อม Link หรือ URL — พิมพ์ขาวดำ
Artwork / ภาพโฆษณาที่ต้องการขออนุญาต
Caption หรือข้อความที่จะใช้ประกอบโฆษณา
หากเป็นวิดีโอ ควรเตรียม Script / Storyboard / ข้อความที่ปรากฏในวิดีโอประกอบด้วย
การขออนุญาตโฆษณาคลินิกออนไลน์ มี 2 ส่วนที่ควรเข้าใจ
เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมงาน สามารถแยกออกเป็น 2 ส่วน
1. ช่องทางที่ใช้เผยแพร่
เช่น
Facebook
Instagram
TikTok
Website
LINE OA
YouTube
กรณีโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ CHAA มี แบบคำขออนุมัติโฆษณาออนไลน์ สำหรับสื่อออนไลน์และ Social Media โดยเฉพาะ
2. เนื้อหาที่นำไปเผยแพร่
เช่น
Artwork
Video
Caption
ราคา
โปรโมชั่น
Before–After
รีวิว
ข้อมูลแพทย์
เครื่องมือแพทย์
แม้คลินิกจะมี Facebook Page หรือช่องทางออนไลน์พร้อมใช้งานแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสื่อโฆษณาทุกชิ้นสามารถนำไปเผยแพร่ได้ทันที เพราะเนื้อหาแต่ละชิ้นอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น หากมี สื่อโฆษณา 1 ชิ้น และต้องการนำไปเผยแพร่ทั้ง Facebook และ Instagram จะถือเป็น 1 สื่อโฆษณา แต่ใช้ 2 ช่องทางเผยแพร่
ดังนั้นตอนยื่นขออนุญาต ต้องยื่นทั้ง 1 สื่อโฆษณา กับ 2 ช่องทาง และควรได้รับอนุญาต ทั้ง 2 ช่องทางก่อนนำสื่อไปเผยแพร่จริง
ขั้นตอนขออนุญาตโฆษณาคลินิก
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเอกสาร
จัดเตรียม
แบบคำขอ ส.พ.1
เอกสารของสถานพยาบาล
เนื้อหาโฆษณาที่ต้องการขออนุมัติ
เอกสารประกอบเพิ่มเติมตามกรณี
ขั้นตอนที่ 2 ยื่นคำขออนุมัติ
สำหรับสถานพยาบาลในกรุงเทพฯ ยื่นตามช่องทางของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่วนสถานพยาบาลในต่างจังหวัดยื่นผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตามพื้นที่ ควรตรวจสอบช่องทางการยื่นล่าสุดจากหน่วยงานก่อนดำเนินการ
ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจพิจารณา
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ
ความครบถ้วนของเอกสาร
ความถูกต้องตามกฎหมาย
เนื้อหาโฆษณา
เอกสารประกอบอื่นตามกรณี
หากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบ อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 4 รับผลอนุมัติและนำสื่อไปใช้
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ควรนำสื่อไปเผยแพร่ ตามข้อความ ภาพ เสียง และเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ พร้อมเก็บเอกสารไว้เป็นหลักฐาน
หากต้องการแก้ Artwork หรือ Caption หลังได้รับอนุมัติ ต้องทำอย่างไร?
ไม่ควรนำสื่อที่มีการแก้สาระสำคัญไปเผยแพร่ทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ควรระวัง เช่น
เปลี่ยนราคา
เพิ่มหรือลดโปรโมชั่น
เพิ่มของแถม
เพิ่ม Before–After
เพิ่มข้อความเกี่ยวกับผลลัพธ์
เพิ่มข้อมูลแพทย์
เพิ่มชื่อหรือภาพเครื่องมือแพทย์
เปลี่ยน Caption จนความหมายต่างจากเดิม
CHAA มี แบบฟอร์มแก้ไขเนื้อหาโฆษณาที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนก่อนนำสื่อที่แก้ไขไปใช้
โฆษณาคลินิกโดยไม่ได้รับอนุมัติ มีโทษอย่างไร?
CHAA ระบุว่า การโฆษณาสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุมัติมีโทษปรับ ไม่เกิน 50,000 บาท และอาจมีโทษปรับเพิ่ม วันละ 1,000 บาท จนกว่าจะหยุดการกระทำผิด
ส่วนกรณีโฆษณาเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นควรตรวจสอบสื่อให้ถูกต้อง ก่อนเผยแพร่หรือยิงโฆษณา
สรุป ก่อนโฆษณาคลินิกควรตรวจสอบอะไร?
ก่อนเผยแพร่โฆษณาคลินิก ควรตรวจสอบให้ครบ 2 ส่วน
1. ช่องทางที่ใช้เผยแพร่
เช่น Facebook, Instagram, TikTok, Website หรือ LINE OA
2. เนื้อหาที่จะเผยแพร่
เช่น Artwork, Video, Caption, ราคา โปรโมชั่น Before–After รีวิว ข้อมูลแพทย์ หรือเครื่องมือแพทย์
แม้ช่องทางออนไลน์ของคลินิกจะพร้อมใช้งานแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสื่อโฆษณาทุกชิ้นจะสามารถนำไปเผยแพร่ได้ทันที เพราะรายละเอียดของแต่ละชิ้นอาจแตกต่างกันและต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
การขออนุญาตโฆษณาคลินิกอาจดูเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน แต่รายละเอียดสำคัญอยู่ที่ กฎหมาย ข้อความโฆษณา คำที่ควรหลีกเลี่ยง การใช้ข้อมูลแพทย์ ราคา โปรโมชั่น รวมถึงยาและเครื่องมือแพทย์ที่นำมาใช้ในสื่อ หากตรวจไม่ครบ อาจทำให้ต้องแก้ไขชิ้นงานหรือยื่นใหม่ได้
ดังนั้น ก่อนเริ่มโปรโมตหรือยิง Ads ควรตรวจสื่อให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อให้การขออนุญาตเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถนำสื่อไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor





ความคิดเห็น