top of page

เปิดคลินิกกายภาพบำบัด ต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวมขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนเริ่มเปิดคลินิก

  • 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที


เปิดคลินิกกายภาพบำบัดต้องมีอะไรบ้าง


1. กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรูปแบบบริการก่อนเปิดคลินิกกายภาพบำบัด

การเปิดคลินิกกายภาพบำบัดอย่างแรกควรกำหนดให้ชัดก่อนว่า คลินิกต้องการดูแลผู้รับบริการกลุ่มไหน และจะเปิดให้บริการด้านใดบ้าง เพราะข้อมูลส่วนนี้เป็นตัวตั้งของทั้งการวางแปลน การเลือกบุคลากร และการจัดเตรียมเครื่องมือตามมาตรฐาน

กลุ่มเป้าหมายที่คลินิกต้องการให้บริการ

เช่น

  • กลุ่มเป้าหมาย : ผู้สูงอายุ

    ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย :เดินไม่มั่นคง ทรงตัวไม่ดี กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อติด เคลื่อนไหวลำบาก หรือมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม

    บริการ :ฝึกเดิน ฝึกการทรงตัว เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฝึกการเคลื่อนไหวของข้อ และโปรแกรมออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ


  • กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก

    ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย :ปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดเข่า ออฟฟิศซินโดรม กล้ามเนื้อตึง หรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว

    บริการ :ตรวจประเมินทางกายภาพบำบัด Manual Therapy การยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเพื่อการรักษา และการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดตามความเหมาะสม


  • กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บ

    ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย :เคลื่อนไหวข้อได้น้อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวด บวม หรือยังไม่สามารถกลับมาใช้งานร่างกายได้ตามปกติ

    บริการ :ฟื้นฟูช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ เพิ่มความแข็งแรง ฝึกลงน้ำหนัก ฝึกเดิน และวางโปรแกรมฟื้นฟูเพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงเดิม


  • กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ป่วยระบบประสาท

    ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย :กล้ามเนื้ออ่อนแรง การควบคุมการเคลื่อนไหวผิดปกติ เดินลำบาก ทรงตัวไม่ดี เช่น ผู้ป่วย Stroke หรือผู้มีความผิดปกติของระบบประสาท

    บริการ :ฝึกการเคลื่อนไหว ฝึกเดิน ฝึกทรงตัว กระตุ้นการใช้งานแขน–ขา และออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน


  • กลุ่มเป้าหมาย : นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกาย

    ปัญหาของกลุ่มเป้าหมาย :บาดเจ็บจากกีฬา กล้ามเนื้อหรือเอ็นบาดเจ็บ ปวดจากการใช้งานซ้ำ หรือยังไม่พร้อมกลับไปออกกำลังกายเต็มรูปแบบ

    บริการ :ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และวางโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย


2.จัดหาบุคลากรก่อนเปิดคลินิกกายภาพบำบัด

จัดหานักกายภาพบำบัด



การเตรียมบุคลากรสำหรับเปิดคลินิกกายภาพบำบัดควรดูให้สอดคล้องกับ รูปแบบบริการ จำนวนผู้รับบริการ และวัน–เวลาเปิดคลินิก โดยแบ่งบุคลากรหลักออกได้ดังนี้


ผู้ดำเนินการคลินิก

  • ต้องเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้องและยังไม่หมดอายุ 

  • รับผิดชอบการดำเนินงานของคลินิกให้เป็นไปตามมาตรฐาน

หากเจ้าของคลินิกเป็นนักกายภาพบำบัดและมีคุณสมบัติครบ ก็สามารถ เป็นผู้ดำเนินการและให้บริการภายในคลินิกเอง ได้


นักกายภาพบำบัดภายในคลินิก

นักกายภาพบำบัดที่ให้บริการทุกคนต้องมี

  • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง

คลินิกขนาดเล็กอาจเริ่มจากนักกายภาพบำบัดเพียง 1 คนได้ แต่หากมี หลายเตียง ผู้รับบริการจำนวนมาก เปิดหลายช่วงเวลา หรือมีบริการเฉพาะทางมากขึ้น ควรเพิ่มนักกายภาพบำบัดให้เพียงพอกับการให้บริการจริง


บุคลากรสนับสนุนภายในคลินิก

สามารถจัดบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อช่วยงาน เช่น

  • ผู้ช่วยนักกายภาพบำบัด

  • เจ้าหน้าที่ต้อนรับและนัดหมาย

  • เจ้าหน้าที่ธุรการ

  • เจ้าหน้าที่ดูแลความสะอาด

บุคลากรสนับสนุนสามารถช่วยเตรียมพื้นที่ อุปกรณ์ และงานทั่วไปได้ แต่ ไม่สามารถตรวจ ประเมิน วินิจฉัย หรือให้การรักษาทางกายภาพบำบัดแทนนักกายภาพบำบัดได้


บุคลากรวิชาชีพอื่น กรณีมีบริการเพิ่มเติม

หากต้องการเพิ่มบริการนอกเหนือจากกายภาพบำบัด เช่น

  • แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

  • กิจกรรมบำบัด

  • แพทย์แผนไทย

  • วิชาชีพสุขภาพอื่น 

ต้องจัดหาผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตตรงกับบริการนั้น และตรวจสอบรูปแบบการขออนุญาตสถานพยาบาลเพิ่มเติม หากเปิดบริการหลายวิชาชีพร่วมกันเดินขอบเขตของคลินิกกายภาพบำบัด อาจต้องดำเนินการในรูปแบบ สหคลินิก ให้ตรงกับบริการที่เปิด



3.ออกแบบตกแต่งคลินิกกายภาพบำบัดตามมาตรฐาน

ตัวอย่างแปลนคลินิกกายภาพบำบัด



ขนาดพื้นที่ตามมาตรฐาน

  • พื้นที่ให้บริการรวม ไม่น้อยกว่า 20 ตร.ม.

  • ส่วนที่แคบที่สุดของอาคารกว้าง ไม่น้อยกว่า 3.00 ม.

  • ประตูเข้า–ออก ททางสัญจรกว้าง ไม่น้อยกว่า 80 ซม.


1. โซนต้อนรับและพื้นที่พักคอย

พื้นที่พักคอยต้องมีเก้าอี้ที่มีพนักพิง อย่างน้อย 5 ที่นั่ง ควรวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางเดิน

เนื่องจากผู้รับบริการกายภาพบำบัดบางรายอาจใช้ไม้เท้า Walker รถเข็น หรือมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว

จึงควรออกแบบทางเดินให้เดินง่าย ไม่มีสิ่งกีดขวาง และสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ได้สะดวกหากเกิดเหตุฉุกเฉิน


2. ห้องตรวจประเมิน

ใช้สำหรับซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินทางกายภาพบำบัด

มิดชิด เป็นสัดส่วน และปลอดภัย

แบบตรวจมาตรฐานไม่ได้กำหนดขนาดห้องขั้นต่ำเป็นตัวเลขเฉพาะ จึงควรจัดพื้นที่ให้เพียงพอกับการใช้งานจริง


3. ห้องบำบัดรักษา

พื้นที่บำบัดต้องเป็นสัดส่วนและมีความปลอดภัยต่อผู้รับบริการ

หากพื้นที่จำกัด ห้องตรวจประเมินและห้องบำบัดรักษาสามารถใช้ห้องเดียวกันได้ และห้ามติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องตรวจหรือห้องบำบัด


4. ห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลาง

ต้องมีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ อย่างน้อย 1 ห้อง 

หากความสูงต่ำกว่า 2.60 เมตร ต้องมีระบบระบายอากาศเพิ่มเติม


5.ห้อง Supply

พื้นที่ฆ่าเชื้อและล้างเครื่องมือ ต้องแยกโซนสะอาด–ปนเปื้อนอย่างชัดเจน รองรับกระบวนการล้าง อบ และจัดเก็บเครื่องมือ ตามมาตรฐานควบคุมการติดเชื้อ


หากมีบริการเพิ่มเติม

คลินิกสามารถมี บริการเพิ่มเติม ได้ โดยแบบตรวจมาตรฐานมีช่องสำหรับระบุบริการที่จัดให้มีเพิ่มเติมไว้โดยเฉพาะ

หากบริการนั้นต้องใช้พื้นที่เฉพาะ เช่น

  • พื้นที่ออกกำลังกายเพื่อการรักษา

  • พื้นที่ฝึกเดินและการทรงตัว

  • พื้นที่ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

  • พื้นที่รองรับผู้รับบริการหลายรายพร้อมกัน

ควรเผื่อพื้นที่เพิ่มเติมให้เหมาะกับลักษณะบริการตั้งแต่ขั้นตอนวางแปลน


4. เตรียม อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ และเครื่องมือที่ต้องมีตามมาตรฐาน

คลินิกกายภาพบำบัดต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ครอบคลุมทั้ง การตรวจประเมิน การบำบัดรักษา และกรณีฉุกเฉิน โดยแบ่งเป็นหลัก ๆ ดังนี้


อุปกรณ์ในห้องตรวจประเมิน


อุปกรณ์ในห้องตรวจประเมิน



  • โต๊ะและเก้าอี้

  • เตียงตรวจประเมิน พร้อม Step ขึ้นเตียง

  • ที่นอน หมอน และผ้าคลุมตัว

  • อ่างฟอกมือแบบไม่ใช้มือเปิด–ปิด

  • สบู่/เจลล้างมือ และกระดาษหรือผ้าเช็ดมือ

  • ถังขยะทั่วไปและถังขยะติดเชื้อ


เครื่องมือตรวจพื้นฐาน

  • Stethoscope

  • เครื่องวัดความดันโลหิต

  • Goniometer

  • สายวัดความยาว


อุปกรณ์ในห้องบำบัด

อุปกรณ์ในห้องบำบัด



  • เตียงสำหรับบำบัดรักษา

  • เครื่องมือและอุปกรณ์ตามบริการ

  • ถังขยะทั่วไปและถังขยะติดเชื้อ

  • อุปกรณ์ต้องสามารถทำความสะอาดได้อย่างเหมาะสม


เครื่องใช้ทั่วไป

  • เครื่องชั่งน้ำหนัก

  • ตู้หรือชั้นเก็บยาแยกเป็นสัดส่วน


อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน

  • Ambu Bag พร้อมหน้ากาก 1 ชุด

  • แผนช่วยชีวิตและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

  • หมายเลขติดต่อโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า


เครื่องมือกายภาพบำบัด

 เครื่องมือกายภาพบำบัด



ต้องมีเครื่องมือกายภาพบำบัดที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ไม่น้อยกว่า 2 ชนิด เช่น

  • Ultrasound Therapy

  • Electrical Stimulator / TENS

  • Shortwave Diathermy

  • Traction Machine

  • Hydrocollator

  • Paraffin Wax Bath

  • Biofeedback

  • Tilt Table

  • เครื่องมืออื่นตามบริการที่เปิด


ป้ายภายในคลินิก

ป้ายภายในคลินิก



ป้ายภายในคลินิกที่ต้องมีตามมาตรฐาน ได้แก่

  1. ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล (โดยเว้นพื้นที่ใส่หมายเลขขออนุญาตไว้)

  2. ป้ายแจ้งวันเวลาทำการของคลินิก

  3. ป้ายห้ามสูบบุหรี่

  4. ป้ายสอบถามอัตราค่าบริการ

  5. ป้ายห้องตรวจ / และป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ

  6. ป้ายแจ้งการแพ้ยา

  7. ป้ายถังดับเพลิง

  8. แผนและขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน

  9. ป้ายแสดงรายละเอียดอัตรารักษาพยาบาล

  10. ป้ายแสดงคำประกาศสิทธิผู้ป่วย



5.เตรียมเอกสารขออนุญาตเปิดคลินิกกายภาพบำบัด

การขออนุญาตเปิด คลินิกกายภาพบำบัด ต้องเตรียมเอกสารของผู้ประกอบกิจการ ผู้ดำเนินการ สถานที่ และเอกสารระบบภายในคลินิกให้ครบถ้วน

1. เอกสารผู้ประกอบกิจการ (เจ้าของคลินิก)

กรณีบุคคล

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • ใบรับรองแพทย์

กรณีนิติบุคคล

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงนาม

  • ใบรับรองแพทย์ของผู้มีอำนาจลงนาม

  • หนังสือมอบอำนาจ หากมีการมอบอำนาจ


2. เอกสารผู้ดำเนินการคลินิก (แพทย์ที่ดูแลควบคลุมคลินิก)

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • ใบรับรองแพทย์

  • สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด

  • รูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด

  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล หรือเอกสารอื่น ๆ หากมี


3. เอกสารสถานที่

  • สำเนาทะเบียนบ้านสถานที่ตั้งคลินิก

  • สัญญาเช่า หรือหลักฐานกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนด/สัญญาซื้อขาย

  • เอกสารของผู้ให้เช่า กรณีเช่าสถานที่

  • แผนที่แสดงที่ตั้งคลินิก

  • แบบแปลนภายใน แสดงขนาดและการแบ่งพื้นที่ให้บริการอย่างชัดเจน


4. เอกสารระบบภายในคลินิก

  • หลักฐานหรือสัญญาการจัดเก็บและกำจัดขยะติดเชื้อ

  • แผนและขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน

  • ระบบควบคุมและป้องกันการติดเชื้อภายในคลินิก

  • รายการอัตราค่ารักษาและค่าบริการ

  • เอกสารเกี่ยวกับเครื่องมือหรือบริการพิเศษเพิ่มเติม หากมี


5 แบบฟอร์มคำขอ

  • แบบ ส.พ.1 คำขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาล

  • แบบ ส.พ.2 แผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาล

  • แบบ ส.พ.5 คำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล

  • แบบ ส.พ.6 หนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล

  • แบบ ส.พ.18 คำขอรับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล


6. ยื่นขออนุญาตเปิดคลินิก




เมื่อเตรียม สถานที่ ผู้ดำเนินการ และเอกสารต่าง ๆ ครบแล้ว สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการตามขั้นตอน เมื่อได้รับใบอนุญาตเปิดคลินิกแล้วก็สามารถเปิดคลินิกและบริหารตามขั้นตอนที่วางแผนไว้


การเปิดคลินิกทันตกรรมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ ออกแบบตกแต่งให้ตรงมาตรฐาน จัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากร ขออนุญาตเปิดคลินิก ไปจนถึงการควบคุมงบประมาณ


การมีทีมที่เข้าใจขั้นตอนและมาตรฐาน จะช่วยให้วางแผนได้เป็นระบบ ลดการแก้ไข ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และช่วยให้คลินิกพร้อมเปิดได้ราบรื่นมากขึ้น สอบถามและปรึกษาได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor



ความคิดเห็น


bottom of page