เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร (กัญชา) เปิดแบบไหนให้ถูกต้องตามข้อกำหนด
- 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

1. กฎหมายกัญชาในปัจจุบัน
ปัจจุบันการเปิดร้านกัญชา ไม่สามารถดำเนินการในลักษณะร้านขายช่อดอกเพื่อการสันทนาการแบบเดิมได้แล้ว กฎหมายปี 2568–2569 ปรับระบบไปสู่ การใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะการจำหน่าย “ช่อดอกกัญชา” ซึ่งถูกกำหนดเป็น สมุนไพรควบคุม
สถานะของกัญชาตามกฎหมาย
ต้องแยกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
ต้น ใบ กิ่ง ลำต้น ราก เมล็ด และช่อดอกกัญชา ไม่ได้ถูกจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 เพียงเพราะเป็นส่วนของพืช แต่ยังอยู่ภายใต้กฎหมายอื่นที่ควบคุมการนำไปใช้
ช่อดอกกัญชา ถูกกำหนดเป็น สมุนไพรควบคุม การจำหน่ายจึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายสมุนไพรควบคุม
สารสกัดจากกัญชาที่เข้าข่ายยาเสพติดประเภท 5 ยังคงถูกควบคุมตามกฎหมายยาเสพติด และมีระบบใบอนุญาตแยกต่างหาก
ปัจจุบันขายช่อดอกกัญชาได้อย่างไร
ภายใต้กฎกระทรวงฉบับใหม่ พ.ศ. 2569 การจำหน่ายช่อดอกให้ผู้รับบริการต้องเข้าสู่ระบบ กัญชาทางการแพทย์ โดยสถานที่ให้บริการหลักที่กฎหมายรองรับ ได้แก่
สถานพยาบาล / คลินิก
ร้านขายยาแผนปัจจุบัน
ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
สถานที่ปฏิบัติงานของหมอพื้นบ้าน
การจำหน่าย ช่อดอกกัญชาให้ผู้ป่วย ต้องมี ใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) แบบ ภ.ท.33 จากผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิสั่งจ่าย และสั่งจ่ายตามความจำเป็นทางการแพทย์ โดยแต่ละครั้งกำหนดปริมาณใช้ได้ ไม่เกิน 30 วัน
ข้อจำกัดสำคัญในการจำหน่าย
ผู้ประกอบการต้องควบคุมการขายมากขึ้น เช่น
ไม่จำหน่ายให้ ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
ไม่จำหน่ายให้ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เว้นแต่เป็นไปตามดุลยพินิจทางการแพทย์
ช่อดอกต้องมาจาก แหล่งที่ถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้
ต้องมีการบันทึกการรับ–จ่ายและเอกสารที่กฎหมายกำหนด
ห้ามจำหน่ายผ่าน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ
ห้ามสูบกัญชาภายในร้านทั่วไปจนก่อให้เกิดกลิ่นหรือควันรบกวนผู้อื่น
ร้านกัญชาเดิมต้องปรับตัวอย่างไร
ร้านที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้ระบบเดิม ยังสามารถดำเนินกิจการได้จนกว่าใบอนุญาตเดิมจะสิ้นอายุ แต่เมื่อใบอนุญาตหมดอายุ หากต้องการขายช่อดอกต่อ จะต้องปรับเข้าสู่รูปแบบสถานประกอบการที่กฎหมายใหม่รองรับและยื่นขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ พ.ศ. 2569
2. สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนขออนุญาตเปิดร้านขายสมุนไพรควบคุม
ออกแบบตกแต่งสถานที่ตามมาตรฐาน

สำหรับ สถานที่เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร กฎหมายไม่ได้กำหนดพื้นที่ขั้นต่ำเป็นจำนวนตารางเมตรตายตัว แต่พื้นที่ต้อง เพียงพอกับลักษณะกิจการ ชนิดสินค้า และปริมาณที่จัดเก็บ รวมถึงสามารถแยกพื้นที่ขายและพื้นที่เก็บรักษาได้เหมาะสม
ในทางออกแบบ หากเป็น ร้านขนาดเล็กประมาณ 20–30 ตร.ม. ขึ้นไป จะเริ่มจัดฟังก์ชันพื้นฐานได้ค่อนข้างลงตัว แต่ตัวเลขนี้เป็น แนวทางการวางแปลน ไม่ใช่ขนาดขั้นต่ำที่ อย. กำหนด
พื้นที่หลักที่ควรจัดเตรียม
1. พื้นที่ขายและให้บริการ
สถานที่ต้องมั่นคง แข็งแรง และสะอาด
มีพื้นที่เพียงพอกับจำนวนสินค้าที่จำหน่าย
มีแสงสว่างและการระบายอากาศเหมาะสม
ป้องกันแสงแดด ความร้อน และความชื้นที่อาจกระทบคุณภาพสินค้า
หากมีสินค้าอื่น เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือสินค้าเพื่อสุขภาพ ควรแบ่ง โซนผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ชัดเจน
2. พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ควรมี ตู้หรือชั้นวางสินค้า แบ่งตามหมวดหมู่ เพื่อให้ตรวจสอบและหยิบใช้งานได้ง่าย โดยผลิตภัณฑ์ไม่ควรวางสัมผัสพื้นโดยตรง และต้องจัดในสภาพที่ไม่ทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ
3. พื้นที่เก็บสต็อก
ต้องมีพื้นที่เก็บรักษาที่เพียงพอกับปริมาณสินค้า พร้อมจัดเป็นสัดส่วน เช่น
ชั้นหรือตู้เก็บสินค้า
พาเลทหรือชั้นรองสินค้า
พื้นที่แยกสินค้าที่มีปัญหา หมดอายุ หรือรอตรวจสอบ
พื้นที่สำหรับเอกสารและข้อมูลการรับ–จ่ายสินค้า
สถานที่เก็บต้องสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
4. จุดปฏิบัติงานของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
ควรมีจุดสำหรับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการใช้ ตรวจสอบสินค้า ให้คำแนะนำ จัดการเอกสาร และควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
กรณีร้านที่ให้บริการ กัญชาทางการแพทย์ ควรจัดพื้นที่ให้สามารถซักข้อมูล ให้คำแนะนำ และตรวจสอบใบสั่งจ่ายได้เป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับจุดชำระเงินทั่วไป
กรณีร้านมีช่อดอกกัญชาร่วมด้วย
การเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นหนึ่งในประเภทสถานประกอบการที่สามารถยื่นขออนุญาต จำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ได้ภายใต้ระบบกัญชาทางการแพทย์ พ.ศ. 2569 แต่ต้องได้รับใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรก่อน และขออนุญาตส่วนของกัญชาเพิ่มเติม
พื้นที่เก็บช่อดอกกัญชา
ต้องจัดพื้นที่เก็บให้
มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณที่จำหน่าย
แยกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับสินค้าอื่น
มีอุปกรณ์หรือระบบรักษาคุณภาพช่อดอก
ไม่วางช่อดอกสัมผัสพื้นโดยตรง
สามารถควบคุมสภาพการเก็บรักษาให้เหมาะสม
เจ้าหน้าที่จะตรวจทั้งพื้นที่จัดเก็บและระบบรักษาคุณภาพของช่อดอกกัญชาโดยตรง
ระบบควบคุมกลิ่นและอากาศ
ร้านที่มีกัญชาต้องมี ระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้กลิ่นหรือควันออกไปรบกวนพื้นที่ภายนอกหรือชุมชน และห้ามจัดให้มีการสูบกัญชาภายในร้านขายทั่วไป
ป้ายและเอกสารที่ต้องแสดงหน้าร้าน
ป้าย “สถานที่ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร”
พื้นป้ายสีเขียว ตัวอักษรสีขาว
ขนาดไม่น้อยกว่า 20 × 70 ซม.
ตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 3 ซม.
ติดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดจากภายนอก
หากสถานที่เก็บสินค้าอยู่คนละแห่ง ต้องมีป้าย “สถานที่เก็บรักษาผลิตภัณฑ์สมุนไพร”
ต้องแสดงใบอนุญาตและข้อมูลผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด
อุปกรณ์หลักที่ควรเตรียมให้พร้อมตรวจ
ตู้และชั้นวางสินค้า สำหรับจัดผลิตภัณฑ์เป็นหมวดหมู่และไม่ให้สินค้าสัมผัสพื้น
ชั้นหรือพาเลทรองสินค้าสำหรับพื้นที่เก็บสต็อก โดยเฉพาะสินค้าที่บรรจุเป็นลังหรือจำนวนมาก
อุปกรณ์ตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นเช่น เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้น เพื่อช่วยติดตามสภาพการเก็บรักษา โดยเฉพาะสินค้าที่ไวต่อความร้อนหรือความชื้น
ระบบควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น เครื่องปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ หรืออุปกรณ์ลดความชื้นตามความเหมาะสมกับสินค้า
ตู้หรือพื้นที่เก็บช่อดอกกัญชาโดยเฉพาะ ใช้แยกช่อดอกออกจากสินค้าทั่วไปและช่วยควบคุมคุณภาพระหว่างการเก็บรักษา
ระบบกำจัดกลิ่นและควันเป็นส่วนสำคัญสำหรับสถานประกอบการกัญชา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรำคาญต่อบริเวณโดยรอบ
พื้นที่/อุปกรณ์สำหรับเก็บเอกสารกรณีจำหน่ายช่อดอกกัญชา ต้องมีระบบเก็บ ใบสั่งจ่าย ภ.ท.33 และข้อมูลการรับ–จ่าย โดยใบสั่งจ่ายต้องเก็บไว้ ณ สถานที่จ่ายไม่น้อยกว่า 1 ปี และมีการจัดทำรายงาน เช่น ภ.ท.27 และ ภ.ท.28 ตามที่กำหนด
จัดหาบุคลากรตามกฏหมายมาตรฐาน
กรณีเปิด ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีจำหน่ายช่อดอกกัญชา ต้องเตรียมบุคลากรให้รองรับทั้งใบอนุญาตร้านและระบบกัญชาทางการแพทย์ โดยหลักมีดังนี้
1. ผู้ประกอบวิชาชีพสำหรับให้บริการกัญชาทางการแพทย์
ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่จำหน่ายช่อดอกกัญชา ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด ได้แก่
แพทย์แผนไทย
แพทย์แผนไทยประยุกต์
ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน
ทำหน้าที่ประเมินผู้รับบริการและสั่งจ่ายช่อดอกกัญชาตามข้อบ่งใช้ของวิชาชีพ ผ่าน ใบสั่งจ่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) แบบ ภ.ท.33 โดยการสั่งจ่ายแต่ละครั้งต้องไม่เกินปริมาณสำหรับใช้ 30 วัน
2. ผู้ปฏิบัติงานด้านกัญชาทางการแพทย์
ต้องมี ผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านหลักสูตรความรู้กัญชาทางการแพทย์ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกรับรอง อย่างน้อย 1 คน เพื่อดูแลการให้บริการ การจัดเก็บ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกัญชาภายในร้าน
เตรียมเอกสารสำหรับยื่นขออนุญาตเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
เอกสารหลักที่ต้องเตรียม แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม
1. เอกสารของผู้ขออนุญาต
แบบ สมพ.1 คำขอรับใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
กรณีนิติบุคคล ใช้ หนังสือรับรองนิติบุคคล และเอกสารผู้มีอำนาจลงนาม
หนังสือมอบอำนาจ หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
หนังสือแต่งตั้งผู้ดำเนินกิจการ ตามกรณี
2. เอกสารของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
แบบ สมพ.4 คำรับรองของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือหลักฐานคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
สัญญาระหว่างผู้รับอนุญาตกับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ 3 ชุด
เอกสารประจำตัวของผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
เอกสารเพิ่มเติมตามคุณสมบัติของแต่ละวิชาชีพ
3. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่
เอกสารแสดงสิทธิในสถานที่ เช่น เอกสารกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
แผนที่แสดงที่ตั้งร้าน
แผนผังพื้นที่ภายในร้าน
รูปถ่ายด้านหน้า ภายใน และพื้นที่เก็บผลิตภัณฑ์
แสดงตำแหน่ง พื้นที่ขาย พื้นที่เก็บรักษา ชั้นวางสินค้า และจุดปฏิบัติงาน ให้ตรงกับสถานที่จริง
ดำเนินการขออนุญาตเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร

เมื่อเตรียม สถานที่ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ และเอกสาร ครบแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนขอใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้
1. ยื่นคำขออนุญาต
ยื่น แบบ สมพ.1 คำขอรับใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร พร้อมเอกสารประกอบ เช่น
เอกสารผู้ขออนุญาต
เอกสารผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
แบบ สมพ.4
สัญญาผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
เอกสารสิทธิในสถานที่
แผนที่ แผนผัง และรูปถ่ายร้าน
กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร อย. มีแบบฟอร์มและ Checklist สำหรับการขอใบอนุญาตสถานที่ขายโดยเฉพาะ
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร
เจ้าหน้าที่ตรวจความครบถ้วนของคำขอ คุณสมบัติผู้ขออนุญาต ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ และรายละเอียดสถานที่ หากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรง ต้องแก้ไขก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
3. ตรวจสถานที่จริง
เจ้าหน้าที่จะตรวจว่าร้านตรงกับแผนผังและรูปถ่ายที่ยื่นไว้หรือไม่ โดยดูหลัก ๆ เช่น
พื้นที่ขายและพื้นที่เก็บรักษา
ชั้นและตู้จัดเก็บผลิตภัณฑ์
ความสะอาดและความเป็นสัดส่วน
ระบบแสงสว่างและการระบายอากาศ
การป้องกันความร้อน ความชื้น แสงแดด สัตว์และแมลง
อุปกรณ์และสภาพการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์
ป้ายและเอกสารที่ต้องแสดง
แบบตรวจสถานที่ขายเป็นหนึ่งในเอกสารที่ อย. ใช้ประกอบกระบวนการอนุญาตโดยตรง
4. แก้ไขตามข้อเสนอแนะ หากมี
หากเจ้าหน้าที่พบว่าสถานที่หรือเอกสารบางส่วนยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ต้องดำเนินการแก้ไขและส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้เรียบร้อยก่อนพิจารณาอนุมัติ
5. รับใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร
เมื่อเอกสารและสถานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว จึงได้รับ ใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และสามารถดำเนินกิจการขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามขอบเขตที่ได้รับอนุญาตได้ แต่ยังไม่สามารถจำหน่ายสมุนไพรกัญชาได้ทันที่ต้องมีหารขออนุญาตเพิ่มเติม
ขออนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา)
หลังจากได้รับ ใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร แล้ว จึงยื่นขอ ภ.ท.11 ใบอนุญาตให้จำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เพิ่มเติม โดยร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่สามารถยื่นขอได้ตามกฎกระทรวงปี 2569
1.เตรียมเอกสารสำหรับขออนุญาต
เอกสารของผู้ขออนุญาต
กรณีบุคคลธรรมดา
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
หนังสือมอบอำนาจ หากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
กรณีนิติบุคคล
สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงนาม
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนนิติบุคคล
หนังสือรับรองนิติบุคคล อายุไม่เกิน 6 เดือน
วัตถุประสงค์บริษัทต้องครอบคลุมกิจการที่ขออนุญาต
หนังสือมอบอำนาจ หากมี
เอกสารของกิจการ
ใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ของร้าน
ข้อมูลชื่อและที่ตั้งสถานประกอบการ
วัน–เวลาเปิดทำการ
เอกสารทะเบียนกิจการ/ทะเบียนพาณิชย์ตามกรณี
จุดสำคัญคือ หากยื่นในฐานะ ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องได้รับใบอนุญาตร้านตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพรก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนขออนุญาตกัญชาได้
เอกสารเกี่ยวกับสถานที่
สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของสถานที่
สำเนาบัตรประชาชนของผู้ให้เช่าหรือผู้ยินยอมให้ใช้สถานที่
รูปถ่าย ภายในและภายนอกสถานประกอบการ
ข้อมูลที่ตั้ง แผนที่หรือพิกัดสถานที่ตามที่กรอกในระบบ
รายละเอียดพื้นที่ขายและพื้นที่เก็บช่อดอกกัญชา
เอกสารของบุคลากร
สำหรับร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ให้บริการกัญชาทางการแพทย์ ต้องเตรียมบุคลากรที่ตรงตามเกณฑ์ เช่น
สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของ แพทย์แผนไทย / แพทย์แผนไทยประยุกต์ / ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน
ข้อมูลวัน–เวลาปฏิบัติงาน
หลักฐานของ ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกรับรอง อย่างน้อย 1 คน
ใบประกาศนียบัตรหรือหลักฐานการผ่านหลักสูตร
ผู้ผ่านการอบรมต้องมีประจำสถานประกอบการตามเกณฑ์ที่กำหนดในระบบใหม่
เอกสารเกี่ยวกับแหล่งที่มาของช่อดอกกัญชา
ควรเตรียมระบบเอกสารให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เช่น
ข้อมูลผู้จำหน่ายหรือแหล่งที่มาของช่อดอก
ใบอนุญาตของแหล่งจำหน่าย
หลักฐานมาตรฐานของช่อดอก เช่น GACP หรือ COA ตามกรณี
เอกสารรับเข้าและสต็อกสินค้า
2.ยื่นเอกสารและคำขอ
ยื่นขอ ใบอนุญาตให้จำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ภ.ท.11) พร้อมเอกสารประกอบผ่านระบบหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่
3.เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและสถานที่
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ
คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต
ใบอนุญาตและเอกสารของกิจการ
บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
พื้นที่ขายและพื้นที่เก็บช่อดอกกัญชา
ระบบรักษาคุณภาพและการควบคุมกลิ่น
หากมีข้อบกพร่อง ต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนพิจารณาอนุมัติ
4. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต
เมื่อผ่านการตรวจและได้รับอนุมัติ
จึงชำระค่าธรรมเนียมและรับ ใบอนุญาต ภ.ท.11 ก่อนเริ่มดำเนินการจำหน่าย
จดทะเบียนพาณิชย์ของร้าน
หลังจากได้รับ ใบอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และ ใบอนุญาต ภ.ท.11 เรียบร้อยแล้ว เมื่อเริ่มเปิดร้านและจำหน่ายสินค้า ต้องตรวจสอบเรื่อง ทะเบียนพาณิชย์ ของกิจการเพิ่มเติม
กรณีบุคคลธรรมดา / ห้างหุ้นส่วนสามัญ
หากเปิดร้านในนามบุคคลธรรมดา และเข้าหลักเกณฑ์การขายสินค้า เช่น
มียอดขายตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไปในวันหนึ่งวันใด หรือ
มีสินค้าไว้เพื่อขายมูลค่ารวมตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ
เอกสารหลัก เช่น
บัตรประชาชน
ทะเบียนบ้าน
เอกสารสิทธิหรือสัญญาเช่าสถานที่
หนังสือยินยอมใช้สถานที่ ตามกรณี
แผนที่ตั้งร้าน
หนังสือมอบอำนาจ หากมี
กรณีบริษัท / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
หากดำเนินกิจการในนาม บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ซ้ำแบบบุคคลธรรมดาตามประกาศฉบับปัจจุบัน แต่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลไว้ตั้งแต่ก่อนยื่นใบอนุญาต และควรมี วัตถุประสงค์บริษัทครอบคลุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและกิจการที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการขออนุญาตมีรายละเอียดทั้งเรื่อง รูปแบบร้าน เอกสาร บุคลากร และการตรวจสถานที่ หากกำลังวางแผนเปิดร้านและไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากขั้นตอนไหน
สามารถสอบถามและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor





ความคิดเห็น