เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ต้องเตรียมอะไร? ฉบับอัปเดต 2569
- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

คลินิกกัญชาทางการแพทย์ คือ
สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามประเภทวิชาชีพ และให้บริการตรวจ ประเมิน รักษา หรือสั่งใช้กัญชาทางการแพทย์โดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีสิทธิตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดการควบคุมการใช้ตามมาตฐานและอยู่ในการดูแลควบคุมของแพทย์
1. ศึกษาประเภทคลินิกที่สามารถเปิดให้บริการกัญาชาทางการแพทย์ได้

การเปิด คลินิกกัญชาทางการแพทย์ ในปี 2569 ต้องเปิดภายใต้ สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามประเภทวิชาชีพ ก่อน ไม่สามารถขออนุญาตในชื่อ “คลินิกกัญชา” โดยตรงแล้วจำหน่ายช่อดอกกัญชาแบบร้านค้าทั่วไปได้ โดยสถานพยาบาลต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปช่อดอกกัญชาเพิ่มเติมได้
ประเภทคลินิกที่สามารถให้บริการกัญชาได้
1. คลินิกการแพทย์แผนไทย
ดำเนินการโดย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และสามารถใช้กัญชาในแนวทางการแพทย์แผนไทยตามขอบเขตวิชาชีพและหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์
ดำเนินการโดย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และสามารถให้บริการกัญชาทางการแพทย์ภายในขอบเขตที่วิชาชีพกำหนด
3.คลินิกการแพทย์แผนจีน
ให้บริการโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และสามารถสั่งจ่ายกัญชาตามขอบเขตวิชาชีพและข้อบ่งชี้ที่กำหนด
การจ่าย ช่อดอกกัญชา ต้องเป็นไปเพื่อการแพทย์ โดยผู้สั่งจ่าย นอกจากมีใบประกอบวิชาชีพแล้วจะต้อง
" ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์ตามหลักสูตรที่รับรอง "
2. ออกแบบและตกแต่งคลินิกกัญชาทางการแพทย์ให้ตรงตามมาตรฐาน

1. พื้นที่พื้นฐานของคลินิก
จัดฟังก์ชันให้รองรับขั้นตอนการรักษาอย่างชัดเจน ได้แก่
พื้นที่ต้อนรับ (Reception)
พื้นที่พักคอย (Waiting Area)
ห้องตรวจและประเมินผู้ป่วย
ห้องให้การรักษาตามประเภทบริการ
ห้องน้ำผู้ใช้บริการ
ห้อง Supply / พื้นที่จัดเก็บยาและเวชภัณฑ์
ตามมาตรฐานไม่มีข้อบังคับว่า "คลินิกกัญชาต้องกี่ตารางเมตร” แต่ต้องยึดมาตรฐานของประเภทคลินิกที่ขออนุญาต โดยมือพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ตร.ม. และเพิ่มพื้นที่สำหรับกัญชาให้เหมาะกับรูปแบบบริการจริง
2.พื้นที่สำหรับให้บริการกัญชา
พื้นที่จัดเก็บช่อดอกกัญชา
ต้องแยกเป็นสัดส่วนและควบคุมการเข้าถึง โดยจัดให้
แยกจากสินค้าและสิ่งของอื่น และต้องติดป้ายกำกับว่า "สถานที่จัดเก็บยาเสพติดให้โทษ"
ไม่วางช่อดอกสัมผัสพื้นโดยตรงต้องวางสูงอย่างน้อย 10–15 เซนติเมตร
ไม่ถูกแสงแดด
มีการควบคุม อุณหภูมิและความชื้น
ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม บันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง
สามารถตรวจสอบจำนวนรับเข้า จ่ายออก และคงเหลือได้
ตามมาตรฐานไม่มีข้อบังคับเรื่องขนาดของพื้นที่ แต่พื้นที่ต้องเหมาะกับปริมาณที่จัดเก็บ
พื้นที่จ่ายและควบคุมสต็อก
ควรมีจุดจ่ายที่ควบคุมได้ และเชื่อมกับระบบเอกสาร เช่น
ใบสั่งจ่าย ภ.ท.33
บัญชีรับ–จ่ายกัญชา
ข้อมูลแหล่งที่มา
จำนวนคงเหลือ
ประวัติการจ่ายให้ผู้ป่วย
พื้นที่เก็บและจ่ายไม่ควรเป็นจุดที่บุคคลทั่วไปสามารถหยิบช่อดอกได้เอง
ห้องสำหรับสูบกัญชา (เฉพาะกรณีที่มีบริการ)
หากมีการใช้กัญชาโดยการสูบ เพื่อการรักษาภายในคลินิก ต้องจัดห้องแยกเป็นสัดส่วน พร้อมระบบระบายอากาศและกำจัดกลิ่น/ควัน ไม่ให้กระทบพื้นที่อื่นหรือภายนอกคลินิก
หากไม่มีบริการสูบภายในคลินิก → ไม่ต้องมีห้องสูบ
3. ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์
การเปิด คลินิกกัญชาทางการแพทย์ ต้องดำเนินการแยกเป็น 2 ส่วน คือ
1. ขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล
2. ขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา)
คลินิกต้องได้รับอนุญาตเป็น สถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ก่อน จึงเข้าสู่การขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปช่อดอกกัญชาตามระบบปี 2569 ได้
ส่วนที่ 1 ขั้นตอนขออนุญาตเปิดคลินิก

1. ยื่นคำขอเปิดคลินิก
ยื่นเอกสารและแบบคำขอเปิดคิลนิกที่
กรุงเทพฯ → กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ต่างจังหวัด → สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่คลินิกตั้งอยู่
ออนไลน์ → สามารถใช้ระบบ Biz Portal สำหรับงานสถานพยาบาลที่ระบบรองรับ
หากมีจุดที่ต้องแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าสู่การยื่นคำร้อง
2. ตรวจสถานที่
เจ้าหน้าที่นัดตรวจสถานที่คลินิก เช่น
พื้นที่จริงตรงกับแบบที่ยื่น
ห้องและฟังก์ชันครบตามประเภทคลินิก
เครื่องมือและอุปกรณ์พร้อมใช้งาน
ผู้ประกอบวิชาชีพถูกต้อง
ระบบความสะอาด ความปลอดภัย และเอกสารภายในพร้อม
หากมีจุดที่ต้องแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ปรับปรุงและส่งหลักฐานเพิ่มเติมหรือตรวจซ้ำตามกรณี
3. รับใบอนุญาตสถานพยาบาล
ส.พ.7 ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
ส.พ.19 ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
ส่วนที่ 2 ขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา)

คลินิกที่มีใบอนุญาตสถานพยาบาลแล้ว ยังไม่สามารถจำหน่ายช่อดอกกัญชาได้ทันที ต้องขอใบอนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพิ่มตามกฎกระทรวงปี 2569
1. เตรียมคำขอและเอกสาร
การยื่นขออนุญาตใหม่ใช้ แบบ ภ.ท.11 ส่วน ภ.ท.12 ใช้สำหรับการต่ออายุ ตามระบบปี 2569
เอกสารหลักที่ควรเตรียม เช่น
แบบคำขอ ภ.ท.11
เอกสารผู้ขออนุญาต / เอกสารนิติบุคคล ตามกรณี
หลักฐานใบอนุญาตสถานพยาบาล
หลักฐานสิทธิในสถานที่ เช่น กรรมสิทธิ์ สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอม
แผนที่และข้อมูลสถานที่
ภาพถ่ายภายนอกและภายในสถานประกอบการตามที่หน่วยงานกำหนด
ข้อมูลพื้นที่จัดเก็บช่อดอกกัญชา
หลักฐานผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ตามเกณฑ์
2. ยื่นคำขอ
กรุงเทพฯ→ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ต่างจังหวัด→ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
ช่องทางออนไลน์→ ระบบขออนุญาตเกี่ยวกับสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
หากมีจุดที่ต้องแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าสู่การยื่นคำร้อง
3. ตรวจมาตรฐานสถานที่
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกัญชา เช่น
พื้นที่เก็บช่อดอกแยกเป็นสัดส่วน
ไม่วางช่อดอกสัมผัสพื้นโดยตรง
มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
หลีกเลี่ยงแสงแดด
มีระบบป้องกันการสูญหาย
มีระบบกำจัดกลิ่นและควัน
มีผู้ผ่านการอบรมกัญชาทางการแพทย์อย่างน้อย 1 คนประจำตลอดเวลาทำการ
มีระบบตรวจผู้ป่วยและสั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์
หากพบข้อบกพร่อง ต้องแก้ไขให้ตรงตามเงื่อนไขก่อนการอนุมัติ
4. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต
อัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนดสำหรับงานสมุนไพรควบคุม ได้แก่
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า 3,000 บาท
เมื่อดำเนินการครบทั้ง ขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล ได้รับ ส.พ.7 / ส.พ.19 ขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) และจัดระบบสั่งจ่าย–รับจ่ายกัญชาครบตามข้อกำหนดก็สามารถเปิดดำเนินการสถานพยาบาลได้ตามกฏหมาย
สำหรับร้านกัญชาเดิมที่ไม่พร้อมปรับเป็นคลินิก ยังสามารถพิจารณาปรับรูปแบบกิจการเป็น “ร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทสถานประกอบการที่ตามหลักเกณฑ์ปี 2569 สามารถยื่นขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม (กัญชา) เพื่อการค้าได้ แต่ต้องดำเนินการ ขออนุญาตจัดตั้งร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขอใบอนุญาตเกี่ยวกับสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ให้ครบตามหลักเกณฑ์





ความคิดเห็น