top of page

MOU คลินิก คืออะไร? ทำไมจำเป็นสำหรับการเปิดคลินิกมีห้องผ่าตัดเล็ก

10 มี.ค. 2568
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 14 ส.ค.


MOU คลินิก คืออะไร? ทำไมจำเป็นสำหรับการเปิดคลินิกมีห้องผ่าตัดเล็ก

เอกสาร MOU คลินิก คือ

MOU ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือ Memorandum of Understanding  คือ เอกสารข้อตกลงระหว่าง คลินิกที่มีห้องผ่าตัดเล็กกับโรงพยาบาลคู่สัญญา เพื่อยืนยันว่า หากผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเหตุฉุกเฉินเกินศักยภาพของคลินิก สามารถส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลได้


สำหรับคลินิกเวชกรรมที่มีบริการห้องผ่าตัดเล็ก เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบรับ–ส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้ประกอบการตรวจและพิจารณาอนุญาตบริการห้องผ่าตัดเล็ก โดยแบบตรวจระบุให้มี “เอกสารโรงพยาบาลคู่สัญญาหรือหนังสือข้อตกลงการส่งต่อผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน” เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น

  • MOU ระหว่างคลินิกกับโรงพยาบาล

  • หนังสือข้อตกลงการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อเอกสารว่า “MOU” เท่านั้น แต่ต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีโรงพยาบาลรองรับการส่งต่อผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินจริง


ข้อมูลที่ควรมีในข้อตกลงส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

เพื่อให้เอกสารระบุความร่วมมือได้ชัดเจน ควรมีข้อมูลหลัก เช่น

  • ชื่อคลินิกและโรงพยาบาลคู่สัญญา

  • การยินยอมรับส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน

  • ขอบเขตและขั้นตอนการประสานส่งต่อ

  • เบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อโรงพยาบาล

  • ผู้ประสานงานของแต่ละฝ่าย

  • แนวทางส่งข้อมูลการรักษาของผู้ป่วย

  • หน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย

  • ค่าใช้จ่าย ตามที่คลินิกและโรงพยาบาลตกลงกัน

  • ระยะเวลาที่ข้อตกลงมีผล

  • ลายมือชื่อผู้มีอำนาจของคู่สัญญา

รายละเอียดของสัญญาสามารถแตกต่างกันตามโรงพยาบาล เอกสารและเนื้อหาสัญญา MOU จึงไม่มีรูปแบบที่ตายตัว


ขั้นตอนการทำ MOU คลินิก ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

ขั้นตอนการทำ MOU คลินิก ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน



1. เลือกโรงพยาบาลที่รับส่งต่อผู้ป่วย

เลือกโรงพยาบาลที่มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินจากการผ่าตัด และควรอยู่ในทำเลที่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้สะดวกและรวดเร็ว

สิ่งที่ควรเช็ค

  • ระยะทางจาก คลินิกไปโรงพยาบาลคู่สัญญาต้องไม่ เกิน 30 นาที

  • โรงพยาบาลรับทำข้อตกลงส่งต่อกับคลินิกหรือไม่

  • สามารถรองรับภาวะแทรกซ้อนจากบริการที่คลินิกทำได้หรือไม่

  • มีช่องทางติดต่อกรณีส่งต่อฉุกเฉินชัดเจน


2. ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอทำข้อตกลง

แจ้งโรงพยาบาลว่า คลินิกต้องการจัดทำ หนังสือข้อตกลงรับ–ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตคลินิกที่มีห้องผ่าตัดเล็ก

โรงพยาบาลอาจขอข้อมูลประกอบ เช่น

  • ชื่อและข้อมูลคลินิก

  • ที่ตั้งคลินิก

  • แผนผังพื้นที่

  • ประเภทคลินิก

  • รายการผ่าตัดหรือหัตถการที่จะให้บริการ

  • ข้อมูลแพทย์และผู้ดำเนินการ

  • เอกสารบริษัท กรณีประกอบกิจการในนามนิติบุคคล

รายละเอียดที่โรงพยาบาลขออาจแตกต่างกันในแต่ละแห่ง


3. จัดทำสัญญาและลงนามข้อตกลง

เมื่อโรงพยาบาลตอบรับ จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำ MOU / หนังสือข้อตกลง / หนังสือตอบรับการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

เอกสารควรระบุอย่างน้อย

  • ชื่อคลินิกและโรงพยาบาลคู่สัญญา

  • วัตถุประสงค์ในการรับ–ส่งต่อผู้ป่วย

  • ช่องทางประสานงาน

  • แนวทางรับส่งต่อกรณีฉุกเฉิน

  • หน้าที่ของแต่ละฝ่าย

  • เงื่อนไขค่าใช้จ่าย ตามที่ตกลงกัน

  • ระยะเวลาของข้อตกลง

  • ลายมือชื่อผู้มีอำนาจของคู่สัญญา

ผู้ลงนามต้องเป็นผู้มีอำนาจของแต่ละฝ่าย ตามรูปแบบของคลินิกและโรงพยาบาลนั้น


4. รับเอกสาร MOU จากโรงพยาบาลคู่สัญญา

เมื่อโรงพยาบาลลงนามเรียบร้อยแล้ว คลินิกจะได้รับ MOU หรือหนังสือข้อตกลงรับ–ส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินฉบับสมบูรณ์ ให้ตรวจสอบชื่อคลินิก ชื่อโรงพยาบาล ระยะเวลาของข้อตกลง และลายมือชื่อผู้มีอำนาจให้ครบถ้วน


จากนั้นนำเอกสาร MOU ไปใช้ ประกอบการยื่นและการตรวจขออนุญาตคลินิกที่มีห้องผ่าตัดเล็ก พร้อมเก็บฉบับจริงไว้ที่คลินิกสำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีการตรวจสถานที่


สิ่งที่ต้องมีในคลินิกเมื่อมีห้องผ่าตัดเล็ก

นอกจาก MOU หรือหนังสือข้อตกลงกับโรงพยาบาลคู่สัญญา แล้ว คลินิกที่มีห้องผ่าตัดเล็กยังต้องเตรียม ระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินและอุปกรณ์ช่วยชีวิต ให้พร้อมใช้งานจริง ดังนี้


1. ระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

  • เบอร์โทรฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ ติดไว้ในจุดที่เห็นชัด

  • แผนและขั้นตอนการช่วยชีวิตเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ป่วย

  • วิดีโอเส้นทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากห้องผ่าตัดเล็กไปยังรถฉุกเฉินหรือหน้าคลินิก โดยถ่ายต่อเนื่องไม่ตัดต่อ


2. อุปกรณ์ช่วยชีวิตและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

อุปกรณ์ช่วยชีวิตและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยคลินิก



  • ถุงบีบลมพร้อมหน้ากากช่วยหายใจ 1 ชุด

  • NSS 1,000 cc พร้อมชุด IV 2 ชุด

  • อุปกรณ์เปิดเส้นเลือดดำ 2 ชุด

  • Disposable Syringe 5 หลอด

  • เข็ม Disposable 5 อัน

  • เสาแขวนน้ำเกลือแบบเคลื่อนย้ายได้ 1 อัน

  • Oral Airway 1 อัน

  • Oxygen Tank พร้อมอุปกรณ์ 1 ถัง

  • AED 1 ชุด

  • เปลนอน เตียงเข็น หรือรถเข็นสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อย่างน้อย 1 ชุด


อุปกรณ์ทั้งหมดต้อง พร้อมใช้งานและอยู่ในจุดที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉินและก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลและต้องครบตาามารตฐานสำหรับการยื่นขออนุญาตด้วย


ขั้นตอนขออนุญาตเปิดคลินิกมีห้องผ่าตัดเล็ก

เมื่อเตรียม สถานที่ เอกสาร ผู้ดำเนินการ บุคลากร เครื่องมือ และอุปกรณ์ครบแล้ว สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดคลินิกได้ตามลำดับดังนี้


ขั้นตอนขออนุญาตเปิดคลินิกมีห้องผ่าตัดเล็ก



1. ยื่นแบบฟอร์มและเอกสารขออนุญาต

1. ยื่นแบบฟอร์มและเอกสารขออนุญาต

แบบฟอร์มหลักที่ใช้ ได้แก่

  • ส.พ.5 คำขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล

  • ส.พ.18 คำขอรับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล

  • ส.พ.6 หนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่เข้าทำงานในคลินิกแต่ละคน

พร้อมเอกสารประกอบ เช่น

  • เอกสารส่วนตัวผู้ประกอบกิจการ (เจ้าของคลินิก)

  • เอกสารส่วนตัวผู้ดำเนินการ (ของแพทย์ควบคุมคลินิก)

  • ใบประกอบวิชาชีพ (ของแพทย์ควบคุมคลินิก)

  • เอกสารผู้ประกอบวิชาชีพที่เข้าปฏิบัติงาน

  • เอกสารสิทธิการใช้สถานที่

  • แปลนและแผนที่ตั้งคลินิก

  • เอกสารกำจัดขยะติดเชื้อ

  • เอกสารระบบภายในคลินิกตามประเภทบริการ

  • MOU / หนังสือโรงพยาบาลคู่สัญญา พร้อมระบบส่งต่อผู้ป่วย กรณีมีห้องผ่าตัดเล็ก


สถานที่ที่ยื่น

กรุงเทพฯ ดำเนินการกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ต่างจังหวัด ดำเนินการกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่


หากเอกสารไม่ครบ จะต้องแก้ไขหรือส่งเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตรวจสถานที่


3. นัดตรวจมาตรฐานคลินิก

เมื่อเอกสารผ่านเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะนัดเข้าตรวจสถานที่จริง เพื่อดูว่า พื้นที่ เครื่องมือ บุคลากร และระบบต่าง ๆ ตรงกับประเภทคลินิกที่ยื่นขอหรือไม่ กรม สบส. มีแบบตรวจมาตรฐานแยกตามลักษณะของคลินิกแต่ละประเภท


4. แก้ไขพื้นที่ (กรณีไม่ผ่านการตรวจ )

หากมีข้อบกพร่อง เจ้าหน้าที่จะแจ้งรายการให้แก้ไข เช่น

  • เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไม่ครบ

  • พื้นที่จริงไม่ตรงตามมาตรฐาน

  • เอกสารหรือป้ายไม่ครบ

  • MOU หรือระบบส่งต่อยังไม่พร้อม กรณีมีห้องผ่าตัดเล็ก

เมื่อแก้ไขครบแล้วจึงส่งหลักฐานเพิ่มเติมหรือเข้ารับการตรวจซ้ำตามกรณี


5. ชำระค่าธรรมเนียม

เมื่อ เอกสารผ่าน + สถานที่ผ่าน + บุคลากรและอุปกรณ์ครบ จึงเข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติและชำระค่าธรรมเนียม

สำหรับคลินิกประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

  • ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการ ส.พ.7 = 1,000 บาท

  • ใบอนุญาตให้ดำเนินการ ส.พ.19 = 250 บาท


ข้อแนะนำ

หากไม่แน่ใจเรื่อง การจัดเตรียมเอกสาร MOU การเลือกโรงพยาบาลคู่สัญญา หรือขั้นตอนขออนุญาตคลินิกที่มีห้องผ่าตัดเล็ก ควรตรวจสอบรายละเอียดให้ครบก่อนยื่น เพื่อช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบ การแก้ไขซ้ำ หรือความล่าช้าในการดำเนินการ


สามารถสอบถามและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการขออนุญาตเปิดคลินิกได้ที่LINE ID : @clinicdeccor



































ความคิดเห็น


bottom of page