ระบบเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรม วางระบบอย่างไรให้ถูกก่อนติดตั้ง Dental Unit
อัปเดตเมื่อ 15 ต.ค.

ระบบเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรม เป็นงานระบบที่ต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มตกแต่ง เพราะ Dental Unit ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะท่อน้ำทิ้ง แต่ยังทำงานร่วมกับระบบน้ำ ระบบลม ระบบดูด และไฟฟ้า
หากกำหนดตำแหน่งเก้าอี้ทำฟันหรือรายละเอียดของเครื่องไม่ชัดเจนก่อนเดินระบบ อาจเกิดปัญหาท่อไม่ตรงตำแหน่ง ระบายน้ำไม่ดี ต้องยกพื้นเพิ่ม หรือรื้อแก้งานภายหลัง
บทความนี้สรุปว่าก่อนเดินท่อคลินิกทันตกรรมต้องเตรียมอะไร มีวิธีเดินระบบแบบไหน และจุดไหนที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มก่อสร้าง
คลินิกทันตกรรมต้องมีระบบอะไรเกี่ยวข้องกับ Dental Unit?
ตาม กฎกระทรวงกำหนดชนิดและจำนวนเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ หรือยานพาหนะที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล พ.ศ. 2558 กำหนดให้คลินิกทันตกรรมต้องมี Dental Unit ซึ่งประกอบด้วย
ระบบให้แสงสว่าง
ระบบเครื่องกรอฟัน
ระบบดูดน้ำลาย
ระบบน้ำบ้วนปาก
เก้าอี้คนไข้
ดังนั้น ก่อนติดตั้ง Dental Unit จึงต้องเตรียมงานระบบให้สัมพันธ์กับอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานจริง
ระบบ | การใช้งาน |
ระบบน้ำ | จ่ายน้ำเข้าสู่ Dental Unit |
ระบบน้ำทิ้ง | ระบายน้ำจาก Dental Unit |
ระบบลม | ใช้กับเครื่องมือทันตกรรม |
ระบบ Suction / Vacuum | ใช้ดูดน้ำลายและของเหลว |
ระบบไฟฟ้า | จ่ายไฟให้ Dental Unit และอุปกรณ์ |
ก่อนเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรม ต้องรู้อะไร?
ต้องรู้ตำแหน่ง Dental Unit ก่อน
ขั้นตอนแรกคือกำหนดตำแหน่งเก้าอี้ทำฟันให้ชัดเจน เพราะตำแหน่งของน้ำ ลม ระบบดูด น้ำทิ้ง และไฟฟ้าจะอ้างอิงกับตำแหน่งของ Dental Unit
หากเปลี่ยนตำแหน่งเก้าอี้หลังจากเดินระบบไปแล้ว อาจทำให้ต้อง
ย้ายแนวท่อ
กรีดหรือรื้อพื้นใหม่
ปรับตำแหน่งไฟฟ้า
ปรับระบบ Suction
เพิ่มระดับพื้น
จึงควรจัด Layout ห้องทำฟันและตำแหน่ง Dental Unit ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงานระบบ
ควรเลือกรุ่น Dental Unit ก่อนเดินระบบ
Dental Unit แต่ละรุ่นไม่ได้มีจุดเชื่อมต่อระบบเหมือนกันทั้งหมด
ตำแหน่งและข้อกำหนดของงานระบบ เช่น
จุดต่อน้ำ
จุดต่อลม
จุดต่อ Vacuum
ท่อน้ำทิ้ง
ระบบไฟฟ้า
ระยะจากพื้น
ตำแหน่ง Utility Box
ดังนั้น หากเลือก Dental Unit ได้แล้ว ควรส่งคู่มือการติดตั้งให้ผู้ออกแบบและผู้รับเหมางานระบบตรวจสอบก่อนเริ่มงาน
ทำไมความลาดของท่อน้ำทิ้งจึงสำคัญ?
ระบบน้ำทิ้งที่อาศัยแรงโน้มถ่วงต้องมีแนวท่อที่เหมาะสมเพื่อให้น้ำสามารถไหลออกได้
หากระดับท่อไม่สัมพันธ์กับจุดระบายน้ำของอาคาร อาจเกิดปัญหา เช่น
น้ำระบายช้า
มีน้ำค้างในแนวท่อ
เกิดการอุดตัน
ต้องยกพื้นสูงกว่าที่วางแผนไว้
ต้องใช้วิธีเดินระบบอื่นแทน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการวางตำแหน่ง Dental Unit จึงควรพิจารณาร่วมกับ ตำแหน่งท่อน้ำทิ้งเดิมของอาคารและระดับพื้นตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
ระบบเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรม มีวิธีไหนบ้าง?
รูปแบบการเดินระบบจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างอาคาร ตำแหน่งท่อเดิม จำนวน Dental Unit และข้อจำกัดของพื้นที่ โดยวิธีที่พบได้มีดังนี้
1. การเดินท่อลอย
เป็นการเดินแนวท่อเหนือพื้นหรือบริเวณที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ฝังเข้าไปในโครงสร้าง
เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่สามารถกรีดหรือเจาะพื้นได้ หรือพื้นที่ Renovate ที่ต้องการลดผลกระทบต่อโครงสร้างเดิม
ข้อดี
ลดการกระทบโครงสร้างพื้น
เข้าถึงระบบเพื่อซ่อมบำรุงได้ง่าย
ข้อควรพิจารณา
ต้องออกแบบตำแหน่งเก็บท่อให้เรียบร้อย ไม่รบกวนการใช้งานภายในห้องทำฟัน

2. การกรีดพื้นและฝังท่อ
เป็นการซ่อนแนวท่อไว้ภายในพื้น ทำให้พื้นที่ภายในห้องทันตกรรมเรียบร้อยและไม่มีแนวท่อลอยรบกวนการใช้งาน
แต่ก่อนกรีดพื้นควรตรวจสอบ
ความหนาของพื้น
โครงสร้างอาคาร
ตำแหน่งคาน
ระบบเดิม
ข้อกำหนดของเจ้าของอาคาร
โดยเฉพาะพื้นที่เช่า อาคารสำนักงาน หรืออาคารสูง ไม่ควรกรีดหรือเจาะโครงสร้างโดยไม่ได้รับการตรวจสอบก่อน

3. เดินท่อเหนือพื้นเดิมแล้วเทพื้นทับ
วิธีนี้เป็นการเดินระบบบนพื้นเดิม ก่อนปรับระดับหรือทำพื้นใหม่ทับแนวระบบ
เหมาะกับพื้นที่ที่สามารถเพิ่มระดับพื้นได้ แต่ต้องพิจารณาเรื่อง
ระดับพื้นสำเร็จ
ความสูงของประตู
ทางลาด
ระดับพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องอื่น
ความสูงภายในห้อง
หาก Dental Unit อยู่ห่างจากจุดระบายน้ำมาก อาจต้องใช้ระดับพื้นเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถสร้างความลาดของท่อได้เพียงพอ

4. การเจาะพื้นเพื่อเดินท่อบริเวณฝ้าชั้นล่าง
บางโครงการสามารถใช้วิธี Coring พื้นและเดินแนวท่อบริเวณฝ้าของชั้นด้านล่างได้
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องยกพื้นภายในคลินิกมาก แต่ต้องตรวจสอบโครงสร้างและได้รับอนุญาตจากเจ้าของอาคารก่อนทุกครั้ง
โดยเฉพาะการเจาะพื้น ควรตรวจสอบ
ตำแหน่งคาน
แนวเหล็กโครงสร้าง
งานระบบเดิม
พื้นที่ฝ้าชั้นล่าง
สิทธิในการเข้าซ่อมบำรุงภายหลัง

5.เดินระบบท่อทันตกรรมและยกพื้นสำเร็จ
เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้เมื่อต้องการหลีกเลี่ยงการกรีดพื้นเดิม
สามารถใช้พื้นที่ใต้พื้นยกสำหรับ
ระบบน้ำ
น้ำทิ้ง
ระบบลม
ระบบ Vacuum
สายไฟ
สายสัญญาณ
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดระบบและความสะดวกในการติดตั้ง ไม่ต้องเจาะพื้นเพื่อฝังท่อ แต่ต้องตรวจสอบระดับพื้นและความสูงของห้องหลังติดตั้งด้วย

ถ้ามี Dental Unit หลายตัว ควรวางระบบอย่างไร?
กรณีคลินิกมี Dental Unit หลายตัว ควรวางระบบเป็นภาพรวมตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบแปลน ไม่ควรพิจารณาเฉพาะท่อน้ำทิ้งแยกเป็นรายจุด เพราะตำแหน่งของแต่ละยูนิตจะสัมพันธ์กับทั้งระบบน้ำ ลม Vacuum / Suction ไฟฟ้า และแนวท่อหลักของคลินิก
ในการออกแบบแปลน ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง
จำนวน Dental Unit
ตำแหน่งและระยะห่างของแต่ละยูนิต
ตำแหน่ง Compressor
ระบบ Vacuum / Suction
จุดระบายน้ำ
แนวเดินท่อหลัก
ขนาดและข้อกำหนดของอุปกรณ์แต่ละรุ่น
ความสามารถของระบบเมื่อใช้งานหลายยูนิตพร้อมกัน
การจัด Layout พร้อมวางแนวงานระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ตำแหน่ง Dental Unit สอดคล้องกับพื้นที่ใช้งานจริง และลดโอกาสที่ต้องย้ายท่อ ปรับพื้น หรือแก้งานระบบหลังเริ่มก่อสร้าง
ดังนั้น สำหรับคลินิกที่มีหลาย Dental Unit การออกแบบแปลนควรพิจารณาทั้ง ฟังก์ชันการใช้งานและงานระบบควบคู่กัน เพื่อให้สามารถนำแบบไปพัฒนาต่อในขั้นตอนก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม
สรุป ระบบเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรมควรวางตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
ระบบเดินท่อน้ำทิ้งในคลินิกทันตกรรม เป็นส่วนหนึ่งของงานระบบ Dental Unit ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับระบบน้ำ ลม Suction / Vacuum และไฟฟ้า
สิ่งสำคัญที่สุดคือควรกำหนด ตำแหน่ง Dental Unit และรุ่นเครื่องก่อนเริ่มเดินระบบ กำหนดตำแหน่งและรายละเอียดงานระบบส่วนการเลือกว่าจะใช้วิธีกรีดพื้น เดินท่อลอย ยกพื้น หรือเจาะพื้น ต้องพิจารณาตามโครงสร้างอาคาร ระดับท่อเดิม และข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่
การวางระบบให้ครบตั้งแต่ก่อนเริ่มตกแต่ง จะช่วยลดความเสี่ยงในการรื้อแก้ เพิ่มระดับพื้น หรือย้ายระบบเมื่อถึงขั้นตอนติดตั้ง Dental Unit
CND ให้บริการออกแบบและตกแต่งคลินิกทันตกรรม พร้อมวางแผนงานระบบภายในคลินิก โดยพิจารณาร่วมกับ Layout การใช้งาน Dental Unit และข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อเตรียมคลินิกให้พร้อมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนติดตั้งอุปกรณ์และขออนุญาตเปิดดำเนินการ สามารถสอบถามและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor





ความคิดเห็น