top of page

มาตรฐานห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ ต้องมีอะไรบ้าง?

9 ต.ค. 2567
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 3 ต.ค.

มาตรฐานห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ ต้องมีอะไรบ้าง

ห้องตรวจเป็นพื้นที่หลักของคลินิกรักษาสัตว์ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเตรียมให้พร้อมตั้งแต่ขั้นออกแบบ เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับการใช้งานของสัตวแพทย์ การจัดวางเครื่องมือ การควบคุมความสะอาด และความพร้อมของสถานที่สำหรับการขออนุญาตเปิดคลินิก


การออกแบบ มาตรฐานห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ จึงควรดูทั้งพื้นที่ใช้งาน อ่างล้างมือ เครื่องมือ เวชภัณฑ์ แสงสว่าง การระบายอากาศ และการเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นภายในคลินิก ไม่ควรดูเพียงความสวยงามหรือขนาดของห้องอย่างเดียว


1.คลินิกรักษาสัตว์ต้องมีห้องตรวจหรือห้องให้การรักษา

ข้อกำหนดของสถานพยาบาลสัตว์ระบุว่า ต้องมี ห้องตรวจโรคหรือห้องให้การรักษา เป็นพื้นที่สำหรับให้บริการสัตว์ป่วยโดยเฉพาะ หากมีหลายแผนก ต้องแบ่งพื้นที่ให้บริการแต่ละส่วนออกจากกันให้ชัดเจน และการสัญจรภายในต้องเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยได้สะดวก


ก่อนออกแบบจึงควรกำหนดให้ชัดว่าห้องตรวจจะรองรับบริการอะไรบ้าง เช่น

  • ตรวจร่างกายทั่วไป

  • ฉีดวัคซีน

  • ทำแผล

  • ให้ยา

  • ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น

  • หัตถการทั่วไป

เพราะบริการที่แตกต่างกันมีผลต่อพื้นที่ เครื่องมือ และงานระบบที่ต้องเตรียมภายในห้อง


2. ห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ต้องมีขนาดเท่าไหร่?

กฎหมายกำหนดว่าคลินิกต้องมี ห้องตรวจโรคหรือห้องให้การรักษา แต่ไม่ได้ระบุว่าห้องตรวจต้องกว้าง × ยาวเท่าไหร่

สิ่งที่กำหนดคือ พื้นที่รวมของสถานพยาบาลสัตว์

  • ประเภทไม่มีสัตว์ป่วยพักค้างคืน ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตร

  • ประเภทมีสัตว์ป่วยพักค้างคืน ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 90 ตารางเมตร

ขนาดห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์

อย่างไรก็ตาม แนวทาง TAHSA แนะนำว่า ห้องตรวจควรมีพื้นที่อย่างน้อย 7.5 ตารางเมตร / ห้อง และควรมีพื้นที่ภายในเพียงพอสำหรับสัตวแพทย์ ผู้ช่วย เจ้าของสัตว์ โต๊ะตรวจ และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยไม่ทำให้ทางเดินหรือการทำงานรอบตัวสัตว์ติดขัด


ห้องที่มีพื้นที่มากแต่รูปทรงแคบยาว หรือมีเสาและตำแหน่งประตูไม่เหมาะสม อาจใช้งานได้ยากกว่าห้องที่เล็กกว่าแต่จัดพื้นที่ได้ดี ดังนั้นตอนออกแบบห้องตรวจ ควรพิจารณาจากการใช้งานจริงมากกว่า





3. ภายในห้องตรวจต้องเตรียมอะไรบ้าง?

สถานพยาบาลสัตว์ต้องมี เครื่องมือและเครื่องใช้ทั่วไปในห้องตรวจโรคหรือห้องให้การรักษา รวมถึงเครื่องมือสำหรับตรวจโรคทั่วไป การวินิจฉัยเบื้องต้น การทำลายเชื้อ การควบคุมการติดเชื้อ อ่างล้างมือ และภาชนะสำหรับมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อ

ภายในห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์

ห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ควรเตรียมพื้นที่สำหรับ

  • โต๊ะตรวจสัตว์

  • เครื่องมือสำหรับตรวจโรคทั่วไป

  • อ่างล้างมือ

  • ตู้หรือชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์

  • ตู้เก็บเครื่องมือที่พร้อมใช้งานและปราศจากเชื้อ

  • จุดเก็บเวชระเบียน

  • ภาชนะสำหรับขยะทั่วไป

  • ภาชนะสำหรับขยะติดเชื้อ

  • อุปกรณ์บังคับสัตว์


กฎหมายยังระบุให้มีตู้หรือชั้นสำหรับเก็บยา เวชภัณฑ์ หรือตัวอย่างสำหรับส่งตรวจ และมีตู้มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่พร้อมใช้งานและปราศจากเชื้อด้วย


จุดเหล่านี้ควรถูกนำไปวางในแปลนการใช้งานตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วต้องเพิ่มตู้ อ่าง หรือจุดเก็บอุปกรณ์ในตำแหน่งที่รบกวนการใช้งาน


ยาและเวชภัณฑ์สำหรับการรักษาและช่วยเหลือสัตว์

นอกจากเครื่องมือตรวจทั่วไปแล้ว คลินิกต้องเตรียม ยาและเวชภัณฑ์สำหรับการรักษาและช่วยเหลือสัตว์ที่จำเป็น โดยรายการตรวจระบุให้รองรับอย่างน้อย

  • การบรรเทาความเจ็บปวด

  • การช่วยฟื้นคืนชีพ

  • การปฐมพยาบาล

  • การห้ามเลือด

  • การเย็บแผล

  • การทำแผล

ในการออกแบบจึงไม่ควรคิดเฉพาะตำแหน่งโต๊ะตรวจ แต่ควรเผื่อพื้นที่สำหรับจัดเก็บยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็นให้สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก โดยไม่ทำให้พื้นที่ตรวจรักษาแออัด


อุปกรณ์บังคับสัตว์

ห้องตรวจควรมี อุปกรณ์สำหรับบังคับสัตว์ ให้เหมาะกับสัตว์ที่เข้ารับบริการ เช่น เชือก ถุงมือ ตะกร้า หรือ Collar รวมถึงอุปกรณ์อื่นตามลักษณะการใช้งาน ควรกำหนดตำแหน่งจัดเก็บให้หยิบใช้ได้ง่าย แต่ไม่วางกีดขวางพื้นที่ตรวจหรือทางเดินภายในห้อง





4. อ่างล้างมือเป็นจุดสำคัญของห้องตรวจ

อ่างล้างมือเป็นจุดสำคัญมากสำหรับสถานพยาบาลสัตว์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตรวจรักษา ทำความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้อ


ออกแบบแปลนควรเผื่อทั้ง

- แนวน้ำด

- ท่อน้ำทิ้ง

- ตำแหน่งอ่าง

- พื้นที่ใช้งานหน้าอ่าง

- จุดวางสบู่หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด

- จุดทิ้งขยะ


ตำแหน่งอ่างก็ควรใช้งานได้สะดวก แต่ไม่กินพื้นที่ทำงานรอบโต๊ะตรวจมากเกินไป


5. ต้องมีพื้นที่เก็บยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือ

ภายในคลินิกต้องมีพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม ไม่ควรวางยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือรวมกันบนเคาวน์เตอร์โดยไม่มีระบบจัดเก็บ

พื้นที่เก็บยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือ ในห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์

ข้อกำหนดระบุให้มี

  • ตู้หรือชั้นสำหรับเก็บยาและเวชภัณฑ์

  • พื้นที่สำหรับเก็บตัวอย่างส่งตรวจ

  • ตู้ที่มิดชิดสำหรับเก็บเครื่องมือที่พร้อมใช้งานและปราศจากเชื้อ

  • พื้นที่เก็บเวชระเบียนที่มั่นคง ปลอดภัย และค้นหาได้ง่าย


ในงานออกแบบจึงควรกำหนดว่าตู้ใดใช้เก็บยา ตู้ใดเก็บเครื่องมือ และจุดใดใช้เก็บเวชระเบียนตั้งแต่ต้น เพื่อให้การใช้งานเป็นระบบและลดความแออัดภายในห้องตรวจ


ยาควบคุมพิเศษต้องจัดเก็บอย่างปลอดภัย

หากคลินิกมียาควบคุมพิเศษ ควรจัดพื้นที่หรือตู้เก็บเฉพาะที่ มั่นคง ปลอดภัย และควบคุมการเข้าถึงได้ ไม่ควรวางรวมกับยาและเวชภัณฑ์ทั่วไปโดยไม่มีการแบ่งพื้นที่





6. พื้นและวัสดุควรทำความสะอาดง่าย

ข้อกำหนดของสถานพยาบาลสัตว์ระบุว่า บริเวณภายในและภายนอกอาคารต้องสะอาด เป็นระเบียบ และจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม รวมถึงต้องมีระบบจัดการขยะและควบคุมการติดเชื้อ


พื้นห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์

ดังนั้นวัสดุภายในห้องตรวจควรเลือกให้เหมาะกับการทำความสะอาดและใช้งานจริง โดยเฉพาะ

  • พื้น

  • ผนังบริเวณใช้งาน

  • โต๊ะตรวจ

  • Counter

  • ตู้เก็บอุปกรณ์


ควรเน้นพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมสิ่งสกปรก และเหมาะกับการใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อ การเลือกวัสดุจึงไม่ควรดูเฉพาะภาพลักษณ์ เพราะวัสดุที่ดูสวยแต่มีร่องเยอะหรือทำความสะอาดยาก อาจไม่เหมาะกับพื้นที่ตรวจรักษา





7. ต้องมีแสงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ

ข้อกำหนดกำหนดให้สถานพยาบาลสัตว์มี แสงสว่างและการระบายอากาศเพียงพอ และไม่มีกลิ่นอับทึบ


ห้องตรวจจึงควรวาง

  • ตำแหน่งโคมไฟ

  • ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศ

  • ช่องลมหรือระบบระบายอากาศ

  • ตำแหน่งประตู

  • จุดที่อาจเกิดกลิ่นสะสม


ให้เหมาะกับการใช้งาน โดยเฉพาะการจัดไฟ ควรให้โต๊ะตรวจได้รับแสงเพียงพอและไม่เกิดเงารบกวนบริเวณที่สัตวแพทย์ต้องตรวจสัตว์


8. การจัดการขยะและการควบคุมการติดเชื้อ

สถานพยาบาลสัตว์ต้องมีการเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอย่างเหมาะสมและถูกสุขลักษณะ รวมถึงมีวิธีควบคุมการติดเชื้อหรือการแพร่กระจายของเชื้อโรค

การจัดการขยะห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์

สำหรับห้องตรวจ ควรเตรียมอย่างน้อย

  • ขยะทั่วไป

  • ขยะติดเชื้อ

  • ภาชนะสำหรับของมีคม

  • อุปกรณ์ทำความสะอาด

  • จุดเก็บของใช้แล้ว


และควรวางตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ใช้งานได้สะดวกโดยไม่ขวางทางเดิน


หากไม่ได้เตรียมพื้นที่เหล่านี้ตั้งแต่ตอนออกแบบ มักจะเกิดปัญหาถังขยะหรืออุปกรณ์ต้องไปวางใต้เคาน์เตอร์หรือในพื้นที่ที่ไม่ได้ออกแบบไว้โดยเฉพาะ


9. ตำแหน่งห้องตรวจต้องสัมพันธ์กับพื้นที่อื่น

นอกจากภายในห้องแล้ว ตำแหน่งห้องตรวจก็สำคัญ เพราะข้อกำหนดให้การสัญจรและการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยต้องทำได้โดยสะดวก และพื้นที่ใช้สอยต้องแบ่งอย่างเหมาะสม


คลินิกรักษาสัตว์ตามมาตรฐาน

ในการวางแปลนห้องตรวจ จึงควรพิจารณาให้สัมพันธ์กับ

  • พื้นที่พักคอย

  • พื้นที่รักษา

  • จุดเก็บยาและเวชภัณฑ์

  • พื้นที่เก็บเครื่องมือ

  • ห้องเฉพาะตามบริการ

  • พื้นที่พักสัตว์


ไม่ควรแบ่งห้องตรวจให้ได้จำนวนมากที่สุดจนทำให้ทางเดินแคบหรือการเคลื่อนย้ายสัตว์ลำบาก


สรุป มาตรฐานห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ต้องดูอะไรบ้าง?

สำหรับการออกแบบและเตรียมขออนุญาต มาตรฐานห้องตรวจคลินิกรักษาสัตว์ ไม่ได้กำหนดขนาดห้องตรวจขั้นต่ำ แต่ต้องมีห้องตรวจโรคหรือห้องให้การรักษาที่สามารถใช้งานได้เหมาะสม สิ่งที่ต้องเตรียมให้ครบ ได้แก่ เครื่องมือสำหรับตรวจและรักษา อ่างล้างมือ พื้นที่เก็บยาและเวชภัณฑ์ ตู้เก็บเครื่องมือ ระบบจัดการขยะ การควบคุมการติดเชื้อ แสงสว่าง และการระบายอากาศ รวมถึงต้องวางตำแหน่งห้องให้สัตว์สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก


ดังนั้นก่อนเริ่มตกแต่ง ควรวางแปลนคลินิกสัตว์และงานระบบ ให้สัมพันธ์กันตั้งแต่ต้น เพื่อให้ห้องตรวจใช้งานได้จริงและลดการแก้ไขภายหลัง


หากมีพื้นที่แล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าควรแบ่งห้องหรือจัดแปลนฟังก์ชันอย่างไร ต้องการสำรวจพื้นที่ ออกแบบแปลน ออกแบบตกแต่งคลินิกรักษาสัตว์ โดยวางพื้นที่ตามประเภทของคลินิก บริการที่จะเปิด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อนเริ่มต้น หรือขั้นตอนการขออนุญาต สามารถสอบถามและขอคำปรึกษากับทีม CND ได้ที่ LINE ID: @clinicdeccor

ติดต่อ CND

ความคิดเห็น


bottom of page