ภาษีป้ายคลินิก 2569 ต้องเสียเท่าไหร่? เช็กอัตรา วิธีคำนวณ และขั้นตอนยื่นภาษี
อัปเดตเมื่อ 15 ต.ค.

ป้ายหน้าคลินิก ไม่ว่าจะเป็น ป้ายชื่อคลินิก โลโก้ ป้ายหน้าร้าน ป้ายไฟ หรือป้ายดิจิทัล หากใช้แสดงชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมาย หรือประชาสัมพันธ์กิจการเพื่อหารายได้ มีโอกาสเข้าข่ายต้องเสีย ภาษีป้าย
เจ้าของคลินิกจึงควรตรวจสอบตั้งแต่ประเภทของป้าย ภาษา ขนาด วิธีจัดวางตัวอักษร ไปจนถึงวันที่ติดตั้ง เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
บทความนี้สรุป ภาษีป้ายคลินิก 2569 ตั้งแต่ป้ายแบบไหนต้องเสีย อัตราภาษี วิธีคำนวณ การยื่นแบบ ภ.ป.1 ไปจนถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับป้ายชื่อสถานพยาบาลที่คลินิกควรรู้ก่อนผลิตและติดตั้งป้ายจริง
ภาษีป้ายคืออะไร?

ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายที่แสดง ชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมาย ที่ใช้ในการประกอบการค้า ประกอบกิจการเพื่อหารายได้ หรือโฆษณากิจการเพื่อหารายได้ ไม่ว่าจะทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ เครื่องหมาย หรือวิธีอื่น
ดังนั้น ป้ายชื่อคลินิก โลโก้ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ด้านหน้าคลินิก จึงสามารถเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้ายได้
ป้ายหน้าคลินิกต้องเสียภาษีป้ายไหม?
โดยทั่วไป หากเป็นป้ายที่ใช้แสดงชื่อหรือประชาสัมพันธ์กิจการของคลินิก จะมีโอกาสเข้าข่ายภาษีป้าย เช่น
ป้ายชื่อคลินิกหน้าร้าน
Logo คลินิกบน Facade
ป้ายชื่อภาษาไทย + อังกฤษ
ป้ายชื่อภาษาอังกฤษอย่างเดียว
ตัวอักษรชื่อคลินิกติดบนผนัง
ป้ายไฟ
ป้าย LED / Digital Signage
ป้ายประชาสัมพันธ์บริการหน้าคลินิก
ป้ายไม่จำเป็นต้องเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเท่านั้น เช่น หากเป็นตัวอักษรหรือโลโก้ติดบนผนังอาคารโดยตรง ก็สามารถนำพื้นที่ของข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายมาพิจารณาคำนวณภาษีได้
ป้ายใดบ้าง ที่ต้องเสียภาษี?
บางป้ายจะดูเรียบง่าย แต่หากมี ข้อความหรือภาพเพื่อการค้า ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย เจ้าของหรือผู้ติดตั้งป้ายควรตรวจสอบประเภทป้ายก่อนติดตั้งเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง

ป้ายที่ต้องเสียภาษีป้าย ได้แก่
ป้ายที่มีข้อความหรือสัญลักษณ์เพื่อการค้า
ป้ายที่ติดตั้งบนวัสดุหรือสถานที่ต่าง ๆ เช่น บนอาคาร ผนัง หลังคา หรือพื้นที่ของอาคาร
ป้ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์เพื่อแสวงหาผลกำไร
ป้ายที่เคลื่อนไหวได้ เช่น ป้ายดิจิทัลที่ข้อความเปลี่ยนได้
ป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย มีแบบไหนบ้าง?
ป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีส่วนใหญ่คือป้ายที่ไม่ได้มี วัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์โดยตรง หรือเกี่ยวข้องกับ ประโยชน์สาธารณะ, ศาสนา หรือกิจกรรมชั่วคราว โดยป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีตาม พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 มีลักษณะดังนี้

ป้ายที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย ได้แก่
ป้ายในโรงมหรสพ ที่ใช้โฆษณาการแสดงของโรงมหรสพนั้น
ป้ายที่ติดอยู่กับสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือสิ่งห่อหุ้มสินค้า
ป้ายในงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
ป้ายที่แสดงไว้กับคนหรือสัตว์
ป้ายภายในอาคาร ที่ใช้ประกอบกิจการหรือหารายได้ และมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตรต่อป้าย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ป้ายของหน่วยงานราชการและหน่วยงานของรัฐ ตามที่กฎหมายกำหนด
ป้ายของสถาบันการเงินของรัฐบางแห่ง
ป้ายของโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ติดตั้งภายในบริเวณของสถานศึกษานั้น
ป้ายของเกษตรกร ที่ใช้จำหน่ายผลผลิตจากการเกษตรของตนเอง
ป้ายของวัด กิจการด้านศาสนา หรือการกุศลสาธารณะ
ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
ป้ายบนยานพาหนะบางประเภท เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ หรือล้อเลื่อน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ป้ายภายในคลินิกต้องเสียภาษีหรือไม่?
สำหรับคลินิก จุดที่ควรดูเป็นพิเศษคือ ป้ายภายในอาคาร หากเป็นป้ายที่ติดอยู่ภายในพื้นที่ประกอบกิจการและเข้าเงื่อนไขเรื่องขนาดตามที่กฎหมายกำหนด อาจได้รับยกเว้นภาษีป้าย
แต่หากเป็น ป้ายหน้าคลินิก ป้ายชื่อร้าน ป้ายติดกระจก ป้ายอาคาร หรือป้ายที่มองเห็นได้จากภายนอก ก็อาจเข้าข่ายต้องเสียภาษีป้าย จึงควรตรวจสอบประเภท ขนาด ตำแหน่งติดตั้ง และข้อความบนป้ายก่อนใช้งานจริง
หมายเหตุ: การได้รับยกเว้นภาษีป้ายต้องพิจารณาตามเงื่อนไขของกฎหมายในแต่ละกรณี หากไม่แน่ใจควรสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง
ถ้าป้ายไม่มีกรอบ ต้องวัดพื้นที่อย่างไร?
กรณีเป็น ตัวอักษรโลหะ ตัวอักษรไฟ หรือ Logo ติด Facade โดยไม่มีแผ่นพื้นหลัง จะต้องเสียภาษีป้ายเช่นเดียวกัน โดยจะพิจารณาขอบเขตจากตัวอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่อยู่ริมสุด เพื่อกำหนดส่วนกว้างที่สุดและยาวที่สุด แล้วนำพื้นที่นั้นไปคำนวณภาษี
ดังนั้น หากจะทำป้ายตัวอักษรแยกบน Facade ก็ควรคำนึงถึงระยะห่างและพื้นที่รวมขององค์ประกอบด้วย
เปิดคลินิกกลางปี ต้องเสียภาษีป้ายเต็มปีไหม?
ไม่จำเป็นต้องเสียเต็มปีในปีแรก ป้ายที่เริ่มติดตั้งหรือแสดงเป็นครั้งแรกระหว่างปี จะคิดภาษีตั้งแต่งวดที่ติดตั้งไปจนถึงสิ้นปี โดยแบ่งเป็นงวดละ 3 เดือน ดังนี้
ช่วงที่ติดตั้งป้าย | ภาษีปีแรก |
มกราคม – มีนาคม | 100% |
เมษายน – มิถุนายน | 75% |
กรกฎาคม – กันยายน | 50% |
ตุลาคม – ธันวาคม | 25% |
ตัวอย่าง หากคลินิกเริ่มติดตั้งป้ายในเดือนสิงหาคม จะอยู่ในช่วงกรกฎาคม–กันยายน จึงเสียภาษีปีแรกประมาณ 50% ของภาษีรายปี ปีถัดไปจึงเข้าสู่การยื่นภาษีประจำปีตามปกติ
อัตราภาษีป้าย 2569
อัตราภาษีป้ายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแบ่งตามประเภทของข้อความและลักษณะของป้าย โดยคิดเป็น บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ดังนี้

อัตราภาษีป้ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
1.ป้ายที่มีเฉพาะอักษรไทย
ก ป้ายที่มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนเป็นข้อความอื่นได้ อัตรา 10บาท / 500 ตร.ซม
ข ป้ายนอกจาก ข้อความเคลื่อนที่ไม่ได้ หรือนอกจาก (ก) 5 บาท/500 ตร.ซม.
2.ป้ายที่มีอักษรไทยและต่างประเทศ หรือภาพ/เครื่องหมายอื่น
ก ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย ภาพเคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ อัตรา 52 บาท/500 ตร.ซม.
ข ป้ายนอกจาก (ก) อัตรา 26 บาท/ 500 ตร.ซม
3.ป้ายที่มีเฉพาะอักษรต่างประเทศหรือมีอักษรไทยน้อยกว่าต่างประเทศ
ก ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย ภาพเคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ 52 บาท/500 ตร.ซม.
ข ป้ายนอกจาก (ก) อัตรา 50 บาท/ 500 ตร.ซม
กรณีป้ายพิเศษ
ป้ายที่มีข้อความเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ป้ายดิจิทัล
อัตราภาษี: 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร
หากคำนวณภาษีแล้วต่ำกว่า 200 บาท ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย
การคำนวณภาษีป้าย
การคำนวณภาษีป้ายมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับ ขนาดของป้าย และ ประเภทของข้อความหรือสัญลักษณ์ บนป้าย ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

วิธีคำนวณภาษีป้ายคลินิก
คำนวณพื้นที่ป้าย:
พื้นที่ป้าย=กว้าง (ซม.) × ยาว (ซม.)
หาฐานภาษี:
ฐานภาษี=พื้นที่ป้าย÷500
คำนวณค่าภาษี:
ค่าภาษี=ฐานภาษี×อัตราภาษีค่าภาษี
กรณีภาษีขั้นต่ำ
หากคำนวณแล้วค่าภาษีต่ำกว่า 200 บาท ต้องเสียขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย
สามารถใช้เครื่องมือคำนวณภาษีป้าย CND เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้นก่อนทำป้ายจริง
หมายเหตุ : การเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขนาดป้ายต้องยื่นประเมินและชำระใหม่ตามขนาดป้ายที่เปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย
ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย มีรายละเอียดที่ต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและค่าปรับ ดังนี้

1. การเตรียมเอกสาร
ก่อนยื่นชำระภาษีป้าย คุณต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:
แบบฟอร์ม ภ.ป.1 (แบบแสดงรายการภาษีป้าย)
บัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา)
สำเนาทะเบียนบ้าน
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
หนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วน (กรณีเป็นนิติบุคคล)
ใบอนุญาตติดตั้งป้าย หรือใบเสร็จจากร้านทำป้าย
รูปถ่ายป้าย พร้อมระบุขนาด (กว้าง x ยาว)
2. การยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ป.1)
ยื่นแบบ ภ.ป.1 ได้ที่ สำนักงานเขต, เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ที่ป้ายตั้งอยู่
กรณีติดตั้งป้ายใหม่: ต้องยื่นภายใน 15 วัน หลังจากติดตั้ง
กรณีการชำระประจำปี: ต้องยื่นแบบ ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี
3. การประเมินภาษี
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารที่ยื่น และประเมินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
หากผู้เสียภาษีเตรียมเอกสารครบถ้วนและยอมรับผลประเมิน สามารถชำระภาษีได้ทันที
หากยังไม่พร้อมชำระ เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแจ้งยอดภาษี พร้อมกำหนดระยะเวลาชำระ ภายใน 15 วัน
4. การชำระเงิน
สถานที่ชำระเงิน: ณ สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต.
รูปแบบการชำระเงิน:
เงินสด
ชำระผ่านระบบออนไลน์ (หากหน่วยงานท้องถิ่นรองรับ)
หมายเหตุ: เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ในกรณีตรวจสอบหรือยืนยันการชำระ
5.การเก็บใบเสร็จ
หลังชำระภาษี ควรเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ในกรณีตรวจสอบหรือยืนยันการชำระในอนาคต
การผ่อนชำระภาษีป้าย และการคืนภาษีป้าย
การผ่อนชำระภาษีป้าย
หากยอดภาษีที่ต้องชำระมีจำนวนมาก ผู้เสียภาษีสามารถขอผ่อนชำระได้ โดยมีเงื่อนไขและขั้นตอนดังนี้
เงื่อนไขการผ่อนชำระ
ยอดภาษีที่ต้องชำระต้องมีมูลค่า ตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป
การผ่อนชำระแบ่งออกเป็น 3 งวด เท่า ๆ กัน
แต่ละงวดมีระยะเวลาชำระ 1 เดือน
ขั้นตอนการผ่อนชำระ
แจ้งความประสงค์ขอผ่อนชำระภาษีเมื่อยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ป.1) ที่หน่วยงานท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่จะทำการประเมินยอดภาษีและกำหนดงวดการชำระ
ชำระงวดแรกในวันที่ยื่นขอผ่อนชำระ และงวดที่เหลือในเดือนถัดไป
การคืนภาษีป้าย
หากผู้เสียภาษีพบว่าได้ชำระภาษีเกินจำนวนที่ต้องชำระ หรือไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี สามารถขอคืนภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขและขั้นตอนดังนี้
เงื่อนไขการคืนภาษี
ชำระภาษีเกินจำนวนที่ประเมินไว้
ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี เช่น กรณีได้รับการยกเว้น
ขั้นตอนการขอคืนภาษี
ยื่นคำร้องขอคืนภาษีที่หน่วยงานท้องถิ่น (สำนักงานเขต, เทศบาล หรือ อบต.)
แนบเอกสารประกอบ เช่น ใบเสร็จการชำระภาษี, หลักฐานที่แสดงว่าไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี
ยื่นคำร้องภายใน 1 ปี นับจากวันที่ชำระภาษีเกิน
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคำร้องและอนุมัติการคืนภาษี
หมายเหตุ
กรณีการผ่อนชำระ หากไม่ชำระตามกำหนดในแต่ละงวด อาจต้องเสียค่าปรับเพิ่ม
การคืนภาษีอาจใช้ระยะเวลาตรวจสอบเอกสาร ดังนั้นควรเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วน
โทษของการละเลย หลีกเลี่ยงการยื่นแบบและชำระภาษี
หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายละเลยหรือหลีกเลี่ยงการยื่นแบบและชำระภาษี อาจต้องเผชิญกับโทษตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ดังนี้

1. กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1)
ไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา (31 มีนาคม หรือภายใน 15 วันหลังติดตั้ง/เปลี่ยนแปลงป้าย)
ถูกปรับ 10% ของค่าภาษี ที่ต้องชำระ
กรณียื่นแบบไม่ถูกต้อง
ยื่นข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือให้ข้อมูลเท็จ ทำให้ชำระภาษีน้อยกว่าที่ควร จะถูกปรับเพิ่ม 10% ของค่าภาษี ที่ขาดไป
กรณีไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา
ไม่ชำระภาษีภายใน 15 วัน หลังได้รับแจ้งการประเมิน ถูกปรับเพิ่ม 2% ของค่าภาษีต่อเดือน จนกว่าจะชำระครบถ้วน
กรณีจงใจหลีกเลี่ยงภาษี
ให้ข้อมูลเท็จหรือเจตนาหลบเลี่ยงการเสียภาษี
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
ปรับระหว่าง 5,000 – 50,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีไม่ยื่นแบบโดยเจตนา
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ หรือขัดขวางการตรวจสอบ
โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
ปรับระหว่าง 1,000 – 20,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
สรุปภาษีป้ายคลินิก 2569
เจ้าของคลินิกที่มี ป้ายชื่อ ป้ายโลโก้ ป้าย Facade ป้ายไฟ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ ควรตรวจสอบประเภทของป้ายก่อนติดตั้ง เพราะภาษา ตำแหน่งตัวอักษร ขนาด และลักษณะการแสดงผล มีผลต่ออัตราภาษี
อัตราป้ายคงที่ในปัจจุบันอยู่ที่ 5, 26 หรือ 50 บาทต่อ 500 ตร.ซม. ส่วนป้ายที่ข้อความหรือภาพสามารถเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนได้ อยู่ที่ 10 หรือ 52 บาทต่อ 500 ตร.ซม. และมีภาษีขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้าย
การไม่ยื่นแบบหรือไม่ชำระภาษีป้ายมีบทลงโทษทั้งทางการเงินและกฎหมาย ดังนั้น ควรปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น CND ให้บริการออกแบบตกแต่งคลินิก วางแผนการจัดตั้งคลินิก สามารถสอบถามและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor





ความคิดเห็น