5 ขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนขออนุญาตเปิดคลินิก
- 1 ส.ค. 2568
- ยาว 3 นาที

การใบขออนุญาตเปิดคลินิกให้ถูกกฎหมาย เป็นอีกขั้นตอนที่สำคัญเพราะเป็นตัวชี้วัดว่าแผนการสร้างคลินิกที่เตรียมมา ผ่านมาตรฐานที่สำนักงานสาธารณสุขหรือไม่ ถ้าหากสร้างคลินิกที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทางคลินิกต้องดำเนินการแก้ไขอีกครั้งเพื่อให้ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งทำให้เสียเวลาและงบประมาณในการแก้ไขให้ถูกต้องอีกครั้ง ดังนั้นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและเข้าใจกระบวนการอย่างชัดเจนจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยช่วยให้การขออนุญาตเปิดคลินิกเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1. เตรียมพื้นที่ออกแบบตกแต่งคลินิกให้ถูกต้องตามมาตรฐาน
ก่อนเปิดคลินิกควรวางแผนพื้นที่ให้ตรงกับประเภทบริการ ตั้งแต่โครงสร้าง ฟังก์ชัน ขนาดห้อง ไปจนถึงพื้นที่เฉพาะทาง เพื่อให้พร้อมใช้งานและรองรับการตรวจขออนุญาต
1. มาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานของคลินิก
ทางเข้า–ออกและการสัญจร: โดยประตูเข้า–ออกกว้างไม่น้อยกว่า 80 ซม.
ความสูงและการระบายอากาศ: สูง 2.6 เมตร ขึ้นไป (หากสูงไม่ถึง 2.6 เมตร แต่ไม่ต่ำกว่า 2.4 เมตร จะต้องติดตั้งพัดลมดูดอากาศ)
การกั้นห้อง: ห้องตรวจหรือห้องให้การรักษาต้องเป็นสัดส่วน มิดชิด และมีประตูเปิด–ปิดชัดเจน เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ
การแบ่งพื้นที่: พื้นที่สถานพยาบาลต้องไม่ปะปนกับร้านขายยาหรือกิจการอื่น แ
2. ฟังก์ชันและพื้นที่หลักที่ควรมี
พื้นที่ต้อนรับ สำหรับลงทะเบียนและติดต่อผู้รับบริการ
โซนพักคอย สำหรับรองรับผู้รับบริการก่อนเข้าตรวจ
ห้องตรวจ สำหรับซักประวัติ ตรวจ และประเมินอาการ
ห้องหัตถการ สำหรับการรักษาหรือทำหัตถการ
ห้องน้ำผู้ใช้บริการ จัดให้เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน
ห้อง Supply สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์และเวชภัณฑ์
คลินิกแต่ละประเภท เช่น เวชกรรม ทันตกรรม กายภาพบำบัด หรือเทคนิคการแพทย์ มีข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ ห้อง และอุปกรณ์แตกต่างกัน จึงต้องกำหนดฟังก์ชันและขนาดห้องให้ตรงกับบริการที่จะเปิด
3. มีบริการเฉพาะทาง ต้องเตรียมห้องเพิ่มเติม
ผ่าตัดเล็ก: ห้องไม่น้อยกว่า 12 ตร.ม. และด้านแคบสุดไม่น้อยกว่า 3 ม.
ทันตกรรม: เตรียมพื้นที่ยูนิตทันตกรรมและงานระบบที่เกี่ยวข้อง
กายภาพบำบัด: มีพื้นที่สำหรับตรวจ ประเมิน รักษา และการเคลื่อนไหวของผู้รับบริการ
X-ray / รังสี: จัดพื้นที่และระบบป้องกันรังสีให้ตรงตามข้อกำหนด
สหคลินิก: แบ่งพื้นที่ของแต่ละบริการให้ชัดเจนตามประเภทวิชาชีพ
รายละเอียดพื้นที่และขนาดห้องจะแตกต่างกันตามประเภทคลินิกและบริการที่มี จึงควรวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มออกแบบและตกแต่ง
ขั้นตอนที่ 2. เตรียมแพทย์ผู้ดำเนินการที่มีใบประกอบวิชาชีพตรงประเภทคลินิก
แพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่จะเป็น ผู้ดำเนินการคลินิก ต้องมีคุณสมบัติตรงกับประเภทสถานพยาบาล และสามารถเข้ามาควบคุมดูแลคลินิกได้จริง โดยควรเช็กให้ครบดังนี้
1.มีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องตามประเภทของคลินิกที่เปิดให้บริการ
ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และมีสิทธิประกอบวิชาชีพอยู่ในปัจจุบัน เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด ตามประเภทคลินิก เช่น
คลินิกเวชกรรม / คลินิกความงาม → แพทย์ทั่วไป
คลินิกทันตกรรม → ทันตแพทย์
คลินิกกายภาพบำบัด → นักกายภาพบำบัด
หากเป็นคลินิกเฉพาะทาง ต้องใช้แพทย์ที่มใีใบประกอบวิชาชีเฉพาะทางในสาขาที่บริการ
ผู้ดำเนินการจะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ตรงกับประเภทสถานพยาบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2.เช็กสถานะและเวลาปฏิบัติงานของผู้ดำเนินการ
ผู้ดำเนินการต้องยังสามารถรับผิดชอบคลินิกเพิ่มได้ โดยสำหรับคลินิกประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน โดยหลักสามารถเป็นผู้ดำเนินการได้ไม่เกิน 2 แห่ง และวัน–เวลาปฏิบัติงานของแต่ละแห่งต้องไม่ทับซ้อนกัน
นอกจากนี้ ผู้ดำเนินการต้องเข้ามาควบคุมดูแลคลินิกและปฏิบัติงานจริงตามเวลาที่แจ้งไว้ ไม่ใช่เพียงนำชื่อหรือใบประกอบวิชาชีพมาใช้เพื่อ “แขวนป้าย”
หากผู้ดำเนินการ รับราชการหรือมีงานประจำ ต้องจัดเวลาที่คลินิกไม่ให้ทับซ้อนกับเวลางานเดิม และตรวจสอบเงื่อนไขของหน่วยงานต้นสังกัดให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ 3.การจัดเตรียมอุปกรณ์ตามมาตรฐาน
1. ยาฉุกเฉิน (ต้องมีอย่างน้อย 5 รายการ)
Adrenaline injection 1:1000
Steroid injection เช่น Dexamethasone หรือ Hydrocortisone
Chlorpheniramine injection
50% Glucose injection
ยาอมใต้ลิ้นเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ

2.อุปกรณ์/เวชภัณฑ์ฉุกเฉิน (มีจำนวนกำหนด)
ถุงบีบลมช่วยหายใจพร้อมหน้ากาก (AMBU) (1 ชุด)
NSS 1,000 cc + ชุดให้สารน้ำ (IV set) (2 ชุด)
Medicut/เข็มแทงเส้น (2 ชุด)
Syringe 5 หลอด + เข็ม (5 อัน)
เสาแขวนน้ำเกลือแบบเคลื่อนย้ายได้ (1 อัน)
Oral airway (1 อัน)
Oxygen tank ออ (1 ถัง)
เครื่องกระตุกหัวใจ AED

เครื่องใช้ทั่วไปในห้องตรวจ
โต๊ะตรวจโรค + เก้าอี้ (เก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว)
เตียงตรวจโรค ขนาด (W80 x L180 x H80) พื้นแข็ง ช่วยฟื้นคืนชีพได้” + บันไดขึ้นเตียง (Step) และ ไม่ใช่เตียงยกขึ้นลงแบบเตียงความงาม/เสริมสวย
ที่นอน + หมอน + ผ้าคลุมตัว
อ่างฟอกมือ ชนิดไม่ใช้มือเปิด-ปิดน้ำ + สบู่/เจลล้างมือ + ผ้า/กระดาษเช็ดมือ (ต้องมีใน ทุกห้องตรวจ / ห้อง Treatment)
เครื่องมือ/อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย
หูฟังแพทย์
เครื่องวัดความดัน
เครื่องวัดอุณหภูมิ
ไฟฉาย
ไม้กดลิ้น
เครื่องชั่งน้ำหนัก + ที่วัดส่วนสูง (อยู่ในห้องตรวจหรือบริเวณพักคอย)
หมวดคลังยา / ถาดนับยา / การจัดเก็บยา
ตู้/ชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์
ยาและเวชภัณฑ์ขั้นต่ำ ต้องมี อย่างน้อย 5 กลุ่มยา (จาก 13 กลุ่ม) และในกลุ่มยาปฏิชีวนะกำหนด “ไม่น้อยกว่า 3 ประเภท”
ถาดนับยา
ซองยา/ฉลากยา
ตู้เย็นเก็บยา (กรณีมีวัคซีน/ยาต้องคุมอุณหภูมิ)
ยาเสพติดให้โทษ (ถ้ามี)
หัตถการ/ฆ่าเชื้อ (กรณีมีบริการนั้น)
Autoclave และ “ตู้เก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ” พร้อมระบุวัน/เดือน/ปี ฯลฯ
ต้องมี “คู่มือหรือแผนภูอมิขั้นตอนทำความสะอาดและทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ”
หมวดความปลอดภัย/สิ่งแวดล้อม (ที่ตรวจจริงละเอียดมาก)
ขยะทั่วไป + ขยะติดเชื้อ (ต้องวางคู่กันทุกห้องตรวจ/ห้องบริการ)
ถังดับเพลิง

เตรียมป้ายตามมาตรฐาน
ป้ายภายในคลินิกที่ต้องมีตามมาตรฐาน ได้แก่
ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล (โดยเว้นพื้นที่ใส่หมายเลขขออนุญาตไว้)
ป้ายแจ้งวันเวลาทำการของคลินิก
ป้ายห้ามสูบบุหรี่
ป้ายสอบถามอัตราค่าบริการ
ป้ายห้องตรวจ / และป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
ป้ายแจ้งการแพ้ยา
ป้ายถังดับเพลิง
แผนและขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน
ป้ายแสดงรายละเอียดอัตรารักษาพยาบาล
ป้ายแสดงคำประกาศสิทธิผู้ป่วย
ขั้นตอนที่ 4 ยื่นเอกสารและเตรียมข้อมูลขอใบอนุญาตเปิดคลินิก
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นขอใบอนุญาตเปิดคลินิก สามารถแบ่งออกเป็น 6 หมวดหมู่ ได้แก่
1 เอกสารส่วนบุคคล
การเตรียมเอกสารของผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการแบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้
เอกสารของผู้ประกอบกิจการ (เจ้าของคลินิก)
ประเภทบุคคลธรรมดา
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาทะเบียนบบ้าน
ใบรับรองแพทย์
ภาพถ่าย 8x 13 ซม. (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 1 รูป (ผู้ดำเนินการ)
ภาพถ่ายขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 3 รูป (ผู้ดำเนินการ)
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ หรือใบประกอบโรคศิลป์
สำเนาใบวุฒิบัตร หรืออนุมัติบัตร (กรณีเปิดคลินิกเฉพาะทาง)
ประเภทนิติบุคคล
เอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลและวัตถุประสงค์
สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม
สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีอำนาจลงนาม
ใบรับรองแพทย์ผู้มีอำนาจลงนาม
(หมายเหตุ : ประทับตาบริษัทที่ลายเซ็นผู้ขอรับอนุญาตใบแบบฟอร์มที่ยื่นคำขอ)
ภาพถ่าย 8x 13 ซม. (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 1 รูป (สำหรับทำใบน้ำเงิน ในกรณีที่คลินิกจัดทำเองไม่ต้องนำมายื่น)
ภาพถ่ายขนาด 1 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 3 รูป (ผู้ดำเนินการ)
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ หรือใบประกอบโรคศิลป์
สำเนาใบวุฒิบัตร หรืออนุมัติบัตร (กรณีเปิดคลินิกเฉพาะทาง)
เอกสารแพทย์ผู้ดำเนินการ (แพทย์ควบคุมคลินิก)
สำนบัตรประชาชน พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง
สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง
สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่แสดงเลขที่ใบประกอบวิชาชีพชัดเจน และต้องยังไม่หมดอายุ
สำเนาหนังสือแสดงความจรดทะเบียน/วุฒิบัตร/อนุมัติบัตร (เฉพาะกรณีที่ยื่นเปิดเป็น คลินิกเฉพาะทาง เพื่อยืนยันว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นจริง)
ใบรับรองแพทย์ (ฉบับจริง) ออกโดยโรงพยาบาลหรือคลินิกที่น่าเชื่อถือ อายุไม่เกิน 1 เดือน
รูปถ่ายหน้าตรง ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
2. เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์พื้นที่สำคลินิก
กรณีเป็นกรรมสิทธิ์ตนเอง
สำเนาสัญญาซื้อขาย สำเนาโฉนด
กรณีเช่า
สำเนาสัญญาเช่า สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า
กรณียอมให้ใช้พื้นที่
หนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร สำเนาบัตรประชาชน และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ
สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งคลินิก
3.เอกสารของคลินิก
3.1 เอกสารที่ใช้ภายในคลินิก
หนังสือมอบอำนาจ สำหรับกรณีมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
แผนส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ระบุขั้นตอนการช่วยเหลือและโรงพยาบาลที่รับส่งต่อ
รายชื่อและเบอร์โทรโรงพยาบาลใกล้เคียง สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน
ระบบควบคุมการติดเชื้อ เช่น การล้างมือ การทำความสะอาด การฆ่าเชื้อ และการจัดการของมีคม
อัตราค่ารักษาและค่าบริการ จัดทำให้ชัดเจนและแสดงให้ผู้รับบริการทราบ
OPD / เวชระเบียน สำหรับบันทึกข้อมูล การตรวจ วินิจฉัย และการรักษาของผู้ป่วย
ฉลากยา กรณีคลินิกมีการจ่ายยา ต้องระบุข้อมูลผู้ป่วย ชื่อยา วิธีใช้ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบ
3.2 เอกสารกำจัดขยะติดเชื้อ
ต้องมีหลักฐานการส่งกำจัดขยะติดเชื้ออย่างถูกต้อง เช่น
สัญญากับบริษัทรับกำจัดขยะติดเชื้อ
หนังสือตอบรับจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่รับกำจัด
หลักฐานหรือใบเสร็จการรับกำจัด ตามกรณี

3.3 แผนผังภายในคลินิก
แสดงการแบ่งพื้นที่ใช้งานให้ชัดเจน เช่น
Reception
Waiting Area
ห้องตรวจ
ห้องหัตถการ
ห้องน้ำ
ห้อง Supply
ห้องเฉพาะทางตามบริการ
ควรแสดงตำแหน่งห้อง ทางสัญจร และอุปกรณ์สำคัญให้ตรงกับพื้นที่จริง

3.4 แผนที่เดินทางไปคลินิก
จัดทำแผนที่แสดงตำแหน่งคลินิก ถนน ซอย และจุดสังเกตสำคัญ เพื่อให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่จริงได้ง่าย (ห้าม แคปจาก Google Map )
3.5 รูปถ่ายคลินิก
เตรียมภาพถ่ายที่เห็นพื้นที่จริงอย่างชัดเจน เช่น
ด้านหน้าอาคารและป้ายชื่อคลินิก
พื้นที่ต้อนรับและพักคอย
ห้องตรวจ
ห้องหัตถการ
ห้อง Supply
จุดล้างมือและพื้นที่สำคัญอื่น ๆ
ขั้นตอนที่ 5. ยื่นขออนุญาตเปิดคลินิก
เมื่อเตรียม สถานที่ ผู้ดำเนินการ และเอกสารต่าง ๆ ครบแล้ว สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลได้
ช่องทางการยื่นขออนุญาต
1. ยื่นเอกสารกับหน่วยงานโดยตรง
กรุงเทพมหานคร → ยื่นที่ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ต่างจังหวัด → ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ที่คลินิกตั้งอยู่
2. ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ปัจจุบันสามารถยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลผ่าน Biz Portal พร้อมแนบเอกสารและข้อมูลที่กำหนดในระบบได้
หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ เอกสาร คุณสมบัติผู้ดำเนินการ และความพร้อมของสถานที่ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตรวจคลินิกและพิจารณาออกใบอนุญาตต่อไป
สรุป
การขออนุญาตเปิดคลินิกเป็นกระบวนการที่ไม่ควรมองข้าม การเตรียมความพร้อมที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยให้การขออนุญาตราบรื่น ตรงตามมาตรฐานการให้บริการที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภคการเตรียมเอกสาร การตรวจสอบสถานที่ และการรับรองจากเจ้าหน้าที่ ล้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างรอบคอบ
ข้อเสนอแนะ
เพื่อความสะดวกในการดำเนินงานและลดความยุ่งยาก คลินิกเดคคอร์ มีบริการการขออนุญาตเปิดคลินิก ที่จะคอยดูแลและครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มยื่นเรื่องไปจนถึงได้รับใบอนุญาต โดยจะแบ่งอัตราค่าบริการตามขนาดพื้นที่ของคลินิก พร้อมดูแลทุกขั้นตอนให้กับคุณ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทุกข้อกำหนดอย่างลึกซึ้ง





ความคิดเห็น