ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดคลินิก 2026 ต้องเตรียมอะไรบ้าง
อัปเดตเมื่อ 14 ส.ค.

การขออนุญาตเปิดคลินิกคืออะไร
การขออนุญาตเปิดคลินิก คือการยื่นขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลต่อหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อยืนยันว่า สถานที่ บุคลากร ระบบ และอุปกรณ์ เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าคุณจะเปิดคลินิกเวชกรรม ทันตกรรม กายภาพบำบัด หรือคลินิกเฉพาะทางใด ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดคลินิกนี้ถือเป็นข้อบังคับ
*หากเริ่มต้นผิด เช่น วางผังไม่ผ่าน หรือใช้อุปกรณ์ไม่ครบ อาจต้องแก้ไขหน้างานซ้ำ ซึ่งกระทบทั้งเวลาและงบประมาณ
1.การจัดเตรียมเอกสาร
เอกสารผู้ขออนุญาต (เจ้าของคลินิก)
เอกสารผู้ดำเนินการ (แพทย์ผู้รับผิดชอบคลินิก)
เอกสารสถานที่และแผนงาน
เอกสารแบบคำขอสำหรับเปิดคลินิก
เอกสารสัญญากำจัดขยะติดเชื้อ
2.การจัดเตรียมอุปกรณ์
ยาฉุกเฉิน (ต้องมีอย่างน้อย 5 รายการ)
Adrenaline injection 1:1000
Steroid injection เช่น Dexamethasone หรือ Hydrocortisone
Chlorpheniramine injection
50% Glucose injection
ยาอมใต้ลิ้นเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ

อุปกรณ์/เวชภัณฑ์ฉุกเฉิน (มีจำนวนกำหนด)
ถุงบีบลมช่วยหายใจพร้อมหน้ากาก (AMBU) (1 ชุด)
NSS 1,000 cc + ชุดให้สารน้ำ (IV set) (2 ชุด)
Medicut/เข็มแทงเส้น (2 ชุด)
Syringe 5 หลอด + เข็ม (5 อัน)
เสาแขวนน้ำเกลือแบบเคลื่อนย้ายได้ (1 อัน)
Oral airway (1 อัน)
Oxygen tank ออ (1 ถัง)
เครื่องกระตุกหัวใจ AED

เครื่องใช้ทั่วไปในห้องตรวจ (ฟอร์มเช็คเป็นรายการ)
โต๊ะตรวจโรค + เก้าอี้ (เก้าอี้อย่างน้อย 2 ตัว)
เตียงตรวจโรค ขนาด (W80 x L180 x H80) “พื้นแข็ง ช่วยฟื้นคืนชีพได้” + บันไดขึ้นเตียง (Step) และ ไม่ใช่เตียงยกขึ้นลงแบบเตียงความงาม/เสริมสวย
ที่นอน + หมอน + ผ้าคลุมตัว
อ่างฟอกมือ “ชนิดไม่ใช้มือเปิด-ปิดน้ำ” + สบู่/เจลล้างมือ + ผ้า/กระดาษเช็ดมือ (ต้องมีใน ทุกห้องตรวจ / ห้อง Treatment)
เครื่องมือ/อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย
หูฟังแพทย์
เครื่องวัดความดัน
เครื่องวัดอุณหภูมิ
ไฟฉาย
ไม้กดลิ้น
เครื่องชั่งน้ำหนัก + ที่วัดส่วนสูง (อยู่ในห้องตรวจหรือบริเวณพักคอย)
หมวดคลังยา / ถาดนับยา / การจัดเก็บยา
ตู้/ชั้นเก็บยาและเวชภัณฑ์
ยาและเวชภัณฑ์ขั้นต่ำ ต้องมี อย่างน้อย 5 กลุ่มยา (จาก 13 กลุ่ม) และในกลุ่มยาปฏิชีวนะกำหนด “ไม่น้อยกว่า 3 ประเภท”
ถาดนับยา
ซองยา/ฉลากยา
ตู้เย็นเก็บยา (กรณีมีวัคซีน/ยาต้องคุมอุณหภูมิ)
ยาเสพติดให้โทษ (ถ้ามี)
หัตถการ/ฆ่าเชื้อ (กรณีมีบริการนั้น)
Autoclave และ “ตู้เก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ” พร้อมระบุวัน/เดือน/ปี ฯลฯ
ต้องมี “คู่มือหรือแผนภูอมิขั้นตอนทำความสะอาดและทำให้เครื่องมือปราศจากเชื้อ”
หมวดความปลอดภัย/สิ่งแวดล้อม (ที่ตรวจจริงละเอียดมาก)
ขยะทั่วไป + ขยะติดเชื้อ (ต้องวางคู่กันทุกห้องตรวจ/ห้องบริการ)
ถังดับเพลิง

3.การจัดเตรียมป้ายตามมาตรฐาน
ป้ายภายในคลินิกที่ต้องมีตามมาตรฐาน ได้แก่
ป้ายอนุญาตให้ประกอบการพยาบาล (โดยเว้นพื้นที่ใส่หมายเลขขออนุญาตไว้)
ป้ายแจ้งวันเวลาทำการของคลินิก
ป้ายห้ามสูบบุหรี่
ป้ายสอบถามอัตราค่าบริการ
ป้ายห้องตรวจ / และป้ายชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
ป้ายแจ้งการแพ้ยา
ป้ายถังดับเพลิง
แผนและขั้นตอนการส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน
ป้ายแสดงรายละเอียดอัตรารักษาพยาบาล
ป้ายแสดงคำประกาศสิทธิผู้ป่วย
4.ถ่ายวีดีโอประกอบ (ตามรายการ)
ภายนอก: ถ่ายให้เห็นตัวอาคาร ป้ายชื่อคลินิกชัดเจน เลขที่ใบอนุญาต (ถ้ามี)
ภายใน: ถ่ายให้เห็นห้องตรวจ ห้องหัตถการ พื้นที่ปราศจากเชื้อ (Autoclave) และห้องน้ำ
อุปกรณ์: บรรยายและถ่ายชุดช่วยชีวิตฉุกเฉิน ยา และเครื่องมือที่จำเป็น
การเคลื่อนย้าย: หากมีหลายชั้น ต้องถ่ายคลิปการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมายังชั้น 1

5.ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดคลินิก
ยื่นคำขอที่หน่วยงานรัฐ
ยื่นคำขอไปยัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตามพื้นที่ตั้งคลินิก
หลังยื่น จะได้เลขรับคำขอ และเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
ช่องทางยื่นออนไลน์
เข้าไปยื่นคำขออนุญาต เปิดสถานพยาบาล (คลินิก/โรงพยาบาลเอกชน) > https://bizportal.go.th/
ระบบ Biz Portal ของภาครัฐที่ใช้ยื่นคำขออนุญาตสถานพยาบาลแบบออนไลน์ครบจบในที่เดียว
ยื่นคำขอประกอบกิจการสถานพยาบาล
ส่งเอกสารและแบบฟอร์ม
ติดตามสถานะการขออนุญาตได้ โดยไม่ต้องไปยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
รอการนัดตรวจสถานที่จาก สสจ.
เจ้าหน้าที่ สสจ. นัดวันเข้าตรวจสถานที่จริง
ระยะเวลารอขึ้นอยู่กับจังหวัด (โดยเฉลี่ย 1–4 สัปดาห์)
ตรวจสถานที่จริง (On-site Inspection)
การจัดผังพื้นที่จริงตรงตามที่แจ้ง
อุปกรณ์ประจำคลินิกติดตั้งครบและใช้งานได้
ความปลอดภัยหน้างาน
ความสะอาดและความเป็นระเบียบ
ถ้าพบจุดแก้ไข
จะได้รับ “รายการแก้ไข”
ต้องปรับหน้างานให้เรียบร้อยก่อนตรวจซ้ำ
ในกรณีที่ปรับแก้ไม่เยอะมากเจ้าหน้าที่จะให้ส่งภาพถ่ายหลังแก้ไขและยื่นหลักฐานเพิ่มอีกที
เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสถานที่
เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุมเพื่อเช็คว่าคลินิกผ่านมาตราฐานการให้บริการหรือไม่
หากผ่านที่ประชุมแล้วเจ้าหน้าที่จะแจ้งกลับว่าผ่าน และรอรับหมายเลขใบอนุญาตเปิดคลินิก เพื่อนำไปทำป้ายติดหน้าคลินิกได้เลย
6.ค่าใช้จ่าย
ตารางค่าธรรมเนียมใบอนุญาตคลินิก (ของทางภาครัฐ)
รายการค่าธรรมเนียม | อัตรา (บาท) | อายุใบอนุญาต / กำหนดชำระ | รายละเอียดเพิ่มเติม |
1. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.7) | 1,000 | ครั้งแรกตอนเปิด อายุ 10 ปี | สำหรับเจ้าของสถานที่ / ผู้ลงทุน |
2. ใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.19) | 250 | ครั้งแรกตอนเปิด อายุ 2 ปี | สำหรับแพทย์ผู้ดำเนินการ / ผู้ควบคุมคลินิก |
3. ค่าธรรมเนียมรายปี (ส.พ.7) | 500 | ชำระทุกปี ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม | หากชำระล่าช้า มีค่าปรับ เดือนละ 25 บาท |
1. ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.7) | 1,000 | ยื่นต่ออายุ ทุก 10 ปี | - |
5. ต่ออายุใบดำเนินการ (ส.พ.19) | 250 | ยื่นต่ออายุ ทุก 2 ปี | ชำระพร้อมส่งรายงานประจำปี (ส.พ.23) |
6. การแก้ไข / เปลี่ยนแปลงใบอนุญาต | 100–500 | ชำระเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล | เช่น เปลี่ยนชื่อคลินิก เปลี่ยนแพทย์ผู้ดำเนินการ หรือย้ายสถานที่ |





This breakdown of the clinic license process really shows how detailed and serious the preparation needs to be. When I was studying healthcare management, I once looked into an online exam-taking service during a hectic period, and it made me realize how important compliance and ethics are in real practice. Opening a clinic clearly requires careful planning, from documents to emergency equipment. Getting everything right at the start truly protects both patients and professionals.
I read the post about the clinic licensing steps and how getting a healthcare facility legally ready means gathering tons of documents, meeting safety standards, and going through approvals and inspections so your place can operate without trouble. I remember a time when I had to fix a long assignment and I used law project editing help for students to tighten my structure before handing it in, and that support really took a load off my mind. It reminds me that careful preparation and a bit of help can make complicated tasks feel much more manageable.