เปิดคลินิกทันตกรรม ปี 2026 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1. กำหนดงบประมาณเปิดคลินิกทันตกรรม

ก่อนเปิดคลินิกทันตกรรม ควรแยกงบออกเป็น งบลงทุนก่อนเปิด + ค่าใช้จ่ายประจำ + เงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้รู้ว่าต้องใช้เงินจริงทั้งหมดเท่าไหร่ ไม่ใช่คำนวณเฉพาะค่าตกแต่งและเครื่องมือ
ค่าสถานที่
ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มเช่าพื้นที่ เช่น
ค่าเช่ารายเดือน
เงินประกัน/ค่าเช่าล่วงหน้า 3–6 เดือน
ค่ารื้อถอนหรือปรับพื้นที่เดิม
ค่าส่วนกลางและที่จอดรถ (หากมี)
ตัวอย่าง: ค่าเช่า 50,000 บาท/เดือน หากต้องวางมัดจำและล่วงหน้า 3 เดือน จะต้องเตรียมประมาณ 150,000 บาท ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ครอบคลุมในส่นจองขั้นตอนออกแบบตกแต่งและดำเนินการขออนุญาต
ค่าออกแบบและตกแต่งคลินิก

งบส่วนนี้ครอบคลุม ค่าออกแบบ งานก่อสร้างและตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ งานไฟฟ้า–ประปา–แอร์ ระบบน้ำ ลม และ Suction สำหรับ Dental Unit รวมถึงห้อง Sterilization และห้อง X-ray กรณีมีบริการ
สามารถประเมินเบื้องต้นตามขนาดคลินิกได้ดังนี้
คลินิกขนาด S | 1–2 Dental Unit
พื้นที่ประมาณ : 60–100 ตร.ม.
งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 800,000–1,200,000 บาท
คลินิกขนาด M | 2–4 Dental Unit
พื้นที่ประมาณ : 100–180 ตร.ม.
งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 1,200,000–2,500,000 บาท
คลินิกขนาด L | 4 Dental Unit ขึ้นไป
พื้นที่ประมาณ 180 ตร.ม. ขึ้นไป
งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 2,500,000 บาทขึ้นไป
หมายเหตุ: งบจริงขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่เดิม จำนวน Dental Unit รูปแบบงานระบบ วัสดุที่เลือก และการมีห้องเฉพาะ เช่น Sterilization, X-ray หรือห้องผ่าตัด
ค่า Dental Unit และเครื่องมือทันตกรรม
เป็นงบก้อนใหญ่ของการเปิดคลินิก โดยต้องคำนวณตามจำนวน Unit และบริการที่จะเปิด
Dental Unit ประมาณ 350,000–800,000 บาท/Unit
Autoclave ประมาณ 80,000–150,000 บาท
Air Compressor + Suction ประมาณ 100,000–180,000 บาท
เครื่องมือชุดตรวจ อุด ถอน และเครื่องมือพื้นฐาน ประมาณ 150,000–300,000 บาท
วัสดุสิ้นเปลืองเริ่มต้นประมาณ 50,000–250,000 บาท
หากมี 2–3 Dental Unit ต้องคำนวณทั้งราคาตัว Unit และงานระบบรองรับทุกจุดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
ค่า X-ray และเครื่องมือเฉพาะทาง
หากเปิดบริการเพิ่มเติม ต้องเผื่องบเครื่องมือเฉพาะทางแยกจาก Dental Unit เช่น
Intraoral X-ray ประมาณ 150,000–300,000 บาท
Panoramic X-ray ประมาณ 400,000–800,000 บาท
Digital X-ray / CBCT อาจอยู่ตั้งแต่ประมาณ 500,000–2,500,000 บาท ตามประเภทและรุ่น
Intraoral Scanner ประมาณ 300,000–600,000 บาท
นอกจากนี้ยังมี ค่าเตรียมห้องและระบบป้องกันรังสี ซึ่งควรคำนวณรวมตั้งแต่ก่อนออกแบบ
ค่าขออนุญาตและระบบบริหารคลินิก
ควรเผื่องบสำหรับ
ค่าธรรมเนียมและเอกสารขออนุญาต
ค่าดำเนินการหรือที่ปรึกษา
ค่าจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีเปิดในรูปบริษัท
ค่าตรวจหรือรับรองระบบ X-ray กรณีมี
โปรแกรมบริหารคลินิก
ระบบนัดหมายและจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย
ระบบบัญชีและเอกสารภายใน
Software คลินิก อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000–70,000 บาท/ปี ตามระบบและแพ็กเกจที่เลือก
ค่าบุคลากร
นอกจากค่าเครื่องมือแล้ว ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายของทีมงานในแต่ละเดือน เช่น
ทันตแพทย์ประจำหรือพาร์ทไทม์
ผู้ช่วยทันตแพทย์
Reception
แม่บ้าน/พนักงานทำความสะอาด
ผู้จัดการคลินิก กรณีมี
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย
ผู้ช่วยทันตแพทย์ประมาณ 15,000–22,000 บาท/เดือน
Reception ประมาณ 12,000–18,000 บาท/เดือน
แม่บ้านประมาณ 5,000–14,000 บาท/เดือน ตามรูปแบบการจ้าง
ทันตแพทย์พาร์ทไทม์อาจคิดค่าตอบแทนแบบ เปอร์เซ็นต์จากรายได้/DF หรือมีค่าการันตี ตามข้อตกลง
ควรรวม ประกันสังคม โบนัส และสวัสดิการอื่น ไว้ในงบด้วย
ค่าการตลาดก่อนและหลังเปิด
ควรเตรียมงบสร้างตัวตนของคลินิกตั้งแต่ก่อนเปิด เช่น
Logo / Corporate Identity
ป้ายหน้าคลินิก
เว็บไซต์
Facebook / Instagram / TikTok / LINE OA
ถ่ายภาพและวิดีโอคลินิก
ค่าโฆษณา Facebook / Google / TikTok
ช่วงเปิดตัวอาจเตรียมงบประมาณประมาณ 100,000–300,000 บาทขึ้นไป ตามขนาดของแผนการตลาด
ค่าใช้จ่ายประจำหลังเปิด
เป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายทุกเดือน แม้จำนวนคนไข้จะยังไม่มาก เช่น
ค่าเช่า
เงินเดือนและค่าตอบแทนทีมงาน
ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต
Software
ค่ากำจัดขยะติดเชื้อ
ค่าวัสดุทันตกรรม
ค่าซ่อมบำรุงเครื่องมือ
ค่า Lab
ค่าบัญชี
ค่าโฆษณา
จึงควรคำนวณ ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ให้ได้ก่อนเปิดจริง
เงินทุนหมุนเวียน 6 เดือนแรก
ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปใช้กับการตกแต่งและซื้อเครื่องมือ เพราะหลังเปิดคลินิก รายได้อาจยังไม่สม่ำเสมอ
สูตรคำนวณเบื้องต้นคือ
เงินทุนหมุนเวียน = ค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือน × 6 เดือน
ตัวอย่างคลินิก 2 Unit
ค่าเช่า 50,000 บาท
ค่าบุคลากร 40,000 บาท
ค่าน้ำ–ไฟและอินเทอร์เน็ต 8,000 บาท
Software 3,000 บาท
วัสดุและค่าใช้จ่ายอื่น 19,000 บาท
รวมประมาณ 120,000 บาท/เดือน
ดังนั้นควรมีเงินทุนหมุนเวียนอย่างน้อยประมาณ120,000 × 6 = 720,000 บาท
ตัวอย่างภาพรวมการเตรียมงบ
คลินิก 1 Unit : เหมาะกับการเริ่มต้น เน้นบริการทันตกรรมทั่วไปงบลงทุนอาจเริ่มประมาณ 1.5–3 ล้านบาท
คลินิก 2–3 Unit : รองรับทันตแพทย์หลายคนและบริการที่หลากหลายขึ้นงบอาจอยู่ประมาณ 3–5 ล้านบาท
คลินิก 4 Unit ขึ้นไป : มีหลายบริการ เครื่องมือเฉพาะทาง หรือระบบ Digital Dentistryงบอาจอยู่ประมาณ 5 ล้านบาทขึ้นไป
หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นเพียงงบประมาณเบื้องต้นจากข้อมูลตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับทำเล พื้นที่ จำนวน Dental Unit แบรนด์เครื่องมือ งานระบบ และประเภทบริการของแต่ละคลินิก
2. เลือกทำเล กำหนดบริการ และวางรูปแบบคลินิก

ก่อนเลือกพื้นที่ ควรวางภาพรวมธุรกิจให้ชัดว่า ต้องการจับลูกค้ากลุ่มไหน ให้บริการอะไร ตั้งราคาในระดับใด และสร้างภาพลักษณ์คลินิกแบบไหน เพื่อให้ทำเล พื้นที่ และการลงทุนสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้น เช่น
เปิดใกล้มหาวิทยาลัย สถานศึกษา
กลุ่มลูกค้า: นักเรียน นักศึกษา วัยเริ่มทำงาน
บริการ: ขูดหินปูน อุด ถอน ผ่าฟันคุด จัดฟัน ฟอกสีฟัน
ราคา: เข้าถึงง่าย–ระดับกลาง
สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Modern / Minimal
เปิดย่านสำนักงาน ธุรกิจ
กลุ่มลูกค้า: คนวัยทำงาน ผู้บริหาร
บริการ: ขูดหินปูน ฟอกสีฟัน Crown, Veneer, Implant, Clear Aligner
ราคา: กลาง–กลางบน
สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Modern / Professional
เปิดย่านชุมชน หมู่บ้าน
กลุ่มลูกค้า: ครอบครัว เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ
บริการ: ทันตกรรมทั่วไป เด็ก จัดฟัน รักษาราก ฟันปลอม Implant
ราคา: เข้าถึงง่าย–ระดับกลาง
สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Warm / Family Friendly
ก่อนเลือกทำเล ควรศึกษาคู่แข่ง กลุ่มเป้าหมาย กำลังซื้อ และความต้องการในพื้นที่ เพื่อกำหนดบริการ ราคา และรูปแบบคลินิกให้เหมาะกับตลาด
ออกแบบตกแต่งคลินิกทันตกรรมให้ตรงมาตรฐาน

การออกแบบคลินิกทันตกรรมต้องเตรียมทั้ง พื้นที่ ห้องทำฟัน เครื่องมือ ระบบฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน ให้พร้อมตามมาตรฐานการตรวจสถานพยาบาล
1. พื้นที่คลินิกตามมาตรฐาน
พื้นที่ให้บริการรวม ไม่น้อยกว่า 20 ตร.ม.
ส่วนที่แคบที่สุด ไม่น้อยกว่า 3.00 ม.
ประตูเข้า–ออกกว้าง ไม่น้อยกว่า 80 ซม.
พื้นที่พักคอยมีเก้าอี้พนักพิง อย่างน้อย 5 ที่นั่ง
ห้องทำฟันต้องเป็นสัดส่วนและมิดชิด
มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ
มีแสงสว่างและระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
2. ห้องทำฟันและ Dental Unit
Dental Unit ต้องประกอบด้วย
เก้าอี้ผู้ป่วย
ระบบไฟส่องสว่าง
ระบบเครื่องกรอฟัน
ระบบดูดน้ำลาย
ระบบน้ำบ้วนปาก
เก้าอี้ทันตแพทย์และผู้ช่วย
ภายในห้องทำฟันต้องมี อ่างฟอกมือชนิดไม่ใช้มือเปิด–ปิดน้ำ พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดมือ
3. ระบบล้างและฆ่าเชื้อเครื่องมือ
ต้องมี
จุดล้างเครื่องมือที่ใช้แล้ว
พื้นที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
Autoclave
พื้นที่หรือตู้เก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ
4. เครื่องมือทันตกรรมที่ต้องมี
เครื่องมือหลัก ได้แก่
ชุดตรวจฟัน
ชุดอุดฟัน
ชุดถอนฟัน
ชุดศัลยกรรมช่องปาก
ชุดรักษาคลองรากฟัน
ชุดรักษาโรคเหงือก
ชุดทันตกรรมประดิษฐ์
เครื่องขูดหินน้ำลาย
เครื่องมือต้องมี จำนวนเพียงพอกับการให้บริการของคลินิก
5. ยาและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ต้องมียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น
ยาปฏิชีวนะ
ยาแก้ปวด/ลดไข้
ยาแก้แพ้
ยาชา
ยาสำหรับช่วยชีวิตฉุกเฉิน
พร้อมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น
AMBU
Oxygen Tank
NSS + IV Set
Medicut
Syringe และเข็ม
Oral Airway
เสาแขวนน้ำเกลือ
ยาต้อง ไม่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ และมีเพียงพอต่อการให้บริการ
6. ระบบขยะและความปลอดภัย
ห้องให้บริการต้องมี ถังขยะทั่วไปและถังขยะติดเชื้อ
มีระบบและหลักฐานการกำจัดขยะติดเชื้อ
มีถังดับเพลิงขนาด ไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์ พร้อมใช้งานทุกชั้น
มีป้ายห้ามสูบบุหรี่บริเวณทางเข้า
7. ห้อง X-ray
ต้องจัด ห้องเอกซเรย์แยกเป็นสัดส่วน และมีระบบป้องกันรังสีตามมาตรฐาน รวมถึงเสื้อตะกั่วและการรับรองห้องและเครื่อง X-ray ก่อนใช้งาน
3. จัดหาบุคลากรคลินิกทันตกรรม
การจัดบุคลากรต้องสัมพันธ์กับ จำนวน Dental Unit ที่เปิดใช้งาน และบริการของคลินิก
ผู้ดำเนินการคลินิก
ผู้ดำเนินการคลินิกทันตกรรมต้องเป็น ทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และต้องสามารถควบคุมดูแลการดำเนินงานของคลินิกได้จริง โดยวัน–เวลาปฏิบัติงานต้องไม่ซ้ำซ้อนกับสถานพยาบาลอื่นตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์
สำหรับ Dental Unit ที่เปิดให้บริการพร้อมกัน ควรวางอัตรากำลังแบบ
1 Dental Unit = ทันตแพทย์ 1 คน + ผู้ช่วยทันตแพทย์ 1 คน ตามมาตรฐานสบส.กำหนด
เช่น
เปิดพร้อมกัน 1 Unit → ทันตแพทย์ 1 คน + ผู้ช่วย 1 คน
เปิดพร้อมกัน 2 Unit → ทันตแพทย์ 2 คน + ผู้ช่วย 2 คน
เปิดพร้อมกัน 4 Unit → ทันตแพทย์ 4 คน + ผู้ช่วย 4 คน
ทันตแพทย์ที่ให้การรักษาต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง และคลินิกต้องดำเนินการแจ้งเป็นผู้ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนด ทันตแพทยสภายืนยันว่าผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่สามารถให้การรักษาทางทันตกรรมได้
บุคลากรสนับสนุน
นอกจากทีมประจำ Dental Unit อาจต้องมีบุคลากรเพิ่มเติมตามขนาดคลินิก เช่น
Reception / Front Desk
เจ้าหน้าที่ล้างและ Sterilization
ผู้จัดการหรือธุรการ
แม่บ้าน / พนักงานทำความสะอาด
4.จัดเตรียมเอกสารขออนุญาตเปิดคลินิกทันตกรรม
เอกสารผู้ขออนุญาต (เจ้าของคลินิก)
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
ใบรับรองแพทย์ (ออกไม่เกิน 30 วัน)
กรณีเป็นนิติบุคคล: หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล, วัตถุประสงค์, ผู้มีอำนาจลงนาม
เอกสารผู้ดำเนินการ (ทันตแพทย์ผู้รับผิดชอบคลินิก)
สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตแพทย์
สำเนาวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติ (ถ้าเป็นคลินิกเฉพาะทาง)
ใบรับรองแพทย์ (ไม่เป็นโรคต้องห้าม)
รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป และขนาด 8 x 13 ซม. 1 รูป
เอกสารสถานที่และแผนงาน
แผนผังภายในคลินิก แสดงพื้นที่ใช้งานและขนาด (กว้าง x ยาว)
แผนที่ตั้งสถานพยาบาล (ห้ามแคปจาก Google Map)
สำเนาสัญญาเช่า หรือโฉนดที่ดิน (กรณีเจ้าของเอง)
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีเช่า) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ให้เช่า
สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งคลินิก
เอกสารแบบคำขอสำหรับเปิดคลินิก
เอกสารอื่นๆ
สัญญารับกำจัดขยะติดเชื้อ หรือหนังสือตอบรับจากโรงพยาบาล
5 ยื่นขออนุญาตเปิดคลินิก
เมื่อเตรียม สถานที่ ผู้ดำเนินการ และเอกสารต่าง ๆ ครบแล้ว สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการตามขั้นตอน เมื่อได้รับใบอนุญาตเปิดคลินิกแล้วก็สามารถเปิดคลินิกและบริหารตามขั้นตอนที่วางแผนไว้
การเปิดคลินิกทันตกรรมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ ออกแบบตกแต่งให้ตรงมาตรฐาน จัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากร ขออนุญาตเปิดคลินิก ไปจนถึงการควบคุมงบประมาณ
การมีทีมที่เข้าใจขั้นตอนและมาตรฐาน จะช่วยให้วางแผนได้เป็นระบบ ลดการแก้ไข ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และช่วยให้คลินิกพร้อมเปิดได้ราบรื่นมากขึ้น สอบถามและปรึกษาได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor





ความคิดเห็น