top of page

เปิดคลินิกทันตกรรม ปี 2026 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

19 ส.ค.
ยาว 3 นาที



1. กำหนดงบประมาณเปิดคลินิกทันตกรรม

งบประมาณเปิดคลินิกทันตกรรม



ก่อนเปิดคลินิกทันตกรรม ควรแยกงบออกเป็น งบลงทุนก่อนเปิด + ค่าใช้จ่ายประจำ + เงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้รู้ว่าต้องใช้เงินจริงทั้งหมดเท่าไหร่ ไม่ใช่คำนวณเฉพาะค่าตกแต่งและเครื่องมือ

ค่าสถานที่

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มเช่าพื้นที่ เช่น

  • ค่าเช่ารายเดือน

  • เงินประกัน/ค่าเช่าล่วงหน้า 3–6 เดือน

  • ค่ารื้อถอนหรือปรับพื้นที่เดิม

  • ค่าส่วนกลางและที่จอดรถ (หากมี)

ตัวอย่าง: ค่าเช่า 50,000 บาท/เดือน หากต้องวางมัดจำและล่วงหน้า 3 เดือน จะต้องเตรียมประมาณ 150,000 บาท ก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ครอบคลุมในส่นจองขั้นตอนออกแบบตกแต่งและดำเนินการขออนุญาต


ค่าออกแบบและตกแต่งคลินิก

เปิดคลินิกทันตกรรมต้องใช้งบเท่าไหร่



งบส่วนนี้ครอบคลุม ค่าออกแบบ งานก่อสร้างและตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ งานไฟฟ้า–ประปา–แอร์ ระบบน้ำ ลม และ Suction สำหรับ Dental Unit รวมถึงห้อง Sterilization และห้อง X-ray กรณีมีบริการ

สามารถประเมินเบื้องต้นตามขนาดคลินิกได้ดังนี้

  • คลินิกขนาด S | 1–2 Dental Unit

    พื้นที่ประมาณ : 60–100 ตร.ม.

    งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 800,000–1,200,000 บาท

  • คลินิกขนาด M | 2–4 Dental Unit

    พื้นที่ประมาณ  : 100–180 ตร.ม.

    งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 1,200,000–2,500,000 บาท

  • คลินิกขนาด L | 4 Dental Unit ขึ้นไป

    พื้นที่ประมาณ 180 ตร.ม. ขึ้นไป

    งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 2,500,000 บาทขึ้นไป


หมายเหตุ: งบจริงขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่เดิม จำนวน Dental Unit รูปแบบงานระบบ วัสดุที่เลือก และการมีห้องเฉพาะ เช่น Sterilization, X-ray หรือห้องผ่าตัด


ค่า Dental Unit และเครื่องมือทันตกรรม

เป็นงบก้อนใหญ่ของการเปิดคลินิก โดยต้องคำนวณตามจำนวน Unit และบริการที่จะเปิด

  • Dental Unit ประมาณ 350,000–800,000 บาท/Unit

  • Autoclave ประมาณ 80,000–150,000 บาท

  • Air Compressor + Suction ประมาณ 100,000–180,000 บาท

  • เครื่องมือชุดตรวจ อุด ถอน และเครื่องมือพื้นฐาน ประมาณ 150,000–300,000 บาท

  • วัสดุสิ้นเปลืองเริ่มต้นประมาณ 50,000–250,000 บาท

หากมี 2–3 Dental Unit ต้องคำนวณทั้งราคาตัว Unit และงานระบบรองรับทุกจุดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ


ค่า X-ray และเครื่องมือเฉพาะทาง

หากเปิดบริการเพิ่มเติม ต้องเผื่องบเครื่องมือเฉพาะทางแยกจาก Dental Unit เช่น

  • Intraoral X-ray ประมาณ 150,000–300,000 บาท

  • Panoramic X-ray ประมาณ 400,000–800,000 บาท

  • Digital X-ray / CBCT อาจอยู่ตั้งแต่ประมาณ 500,000–2,500,000 บาท ตามประเภทและรุ่น

  • Intraoral Scanner ประมาณ 300,000–600,000 บาท

นอกจากนี้ยังมี ค่าเตรียมห้องและระบบป้องกันรังสี ซึ่งควรคำนวณรวมตั้งแต่ก่อนออกแบบ


ค่าขออนุญาตและระบบบริหารคลินิก

ควรเผื่องบสำหรับ

  • ค่าธรรมเนียมและเอกสารขออนุญาต

  • ค่าดำเนินการหรือที่ปรึกษา

  • ค่าจดทะเบียนนิติบุคคล กรณีเปิดในรูปบริษัท

  • ค่าตรวจหรือรับรองระบบ X-ray กรณีมี

  • โปรแกรมบริหารคลินิก

  • ระบบนัดหมายและจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย

  • ระบบบัญชีและเอกสารภายใน

Software คลินิก อาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000–70,000 บาท/ปี ตามระบบและแพ็กเกจที่เลือก

ค่าบุคลากร

นอกจากค่าเครื่องมือแล้ว ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายของทีมงานในแต่ละเดือน เช่น

  • ทันตแพทย์ประจำหรือพาร์ทไทม์

  • ผู้ช่วยทันตแพทย์

  • Reception

  • แม่บ้าน/พนักงานทำความสะอาด

  • ผู้จัดการคลินิก กรณีมี

ตัวอย่างค่าใช้จ่าย

  • ผู้ช่วยทันตแพทย์ประมาณ 15,000–22,000 บาท/เดือน

  • Reception ประมาณ 12,000–18,000 บาท/เดือน

  • แม่บ้านประมาณ 5,000–14,000 บาท/เดือน ตามรูปแบบการจ้าง

  • ทันตแพทย์พาร์ทไทม์อาจคิดค่าตอบแทนแบบ เปอร์เซ็นต์จากรายได้/DF หรือมีค่าการันตี ตามข้อตกลง

ควรรวม ประกันสังคม โบนัส และสวัสดิการอื่น ไว้ในงบด้วย

ค่าการตลาดก่อนและหลังเปิด

ควรเตรียมงบสร้างตัวตนของคลินิกตั้งแต่ก่อนเปิด เช่น

  • Logo / Corporate Identity

  • ป้ายหน้าคลินิก

  • เว็บไซต์

  • Facebook / Instagram / TikTok / LINE OA

  • ถ่ายภาพและวิดีโอคลินิก

  • ค่าโฆษณา Facebook / Google / TikTok

ช่วงเปิดตัวอาจเตรียมงบประมาณประมาณ 100,000–300,000 บาทขึ้นไป ตามขนาดของแผนการตลาด

ค่าใช้จ่ายประจำหลังเปิด

เป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายทุกเดือน แม้จำนวนคนไข้จะยังไม่มาก เช่น

  • ค่าเช่า

  • เงินเดือนและค่าตอบแทนทีมงาน

  • ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต

  • Software

  • ค่ากำจัดขยะติดเชื้อ

  • ค่าวัสดุทันตกรรม

  • ค่าซ่อมบำรุงเครื่องมือ

  • ค่า Lab

  • ค่าบัญชี

  • ค่าโฆษณา

จึงควรคำนวณ ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ให้ได้ก่อนเปิดจริง

เงินทุนหมุนเวียน 6 เดือนแรก

ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปใช้กับการตกแต่งและซื้อเครื่องมือ เพราะหลังเปิดคลินิก รายได้อาจยังไม่สม่ำเสมอ

สูตรคำนวณเบื้องต้นคือ


เงินทุนหมุนเวียน = ค่าใช้จ่ายประจำต่อเดือน × 6 เดือน

ตัวอย่างคลินิก 2 Unit

  • ค่าเช่า 50,000 บาท

  • ค่าบุคลากร 40,000 บาท

  • ค่าน้ำ–ไฟและอินเทอร์เน็ต 8,000 บาท

  • Software 3,000 บาท

  • วัสดุและค่าใช้จ่ายอื่น 19,000 บาท

รวมประมาณ 120,000 บาท/เดือน

ดังนั้นควรมีเงินทุนหมุนเวียนอย่างน้อยประมาณ120,000 × 6 = 720,000 บาท


ตัวอย่างภาพรวมการเตรียมงบ

  • คลินิก 1 Unit : เหมาะกับการเริ่มต้น เน้นบริการทันตกรรมทั่วไปงบลงทุนอาจเริ่มประมาณ 1.5–3 ล้านบาท

  • คลินิก 2–3 Unit : รองรับทันตแพทย์หลายคนและบริการที่หลากหลายขึ้นงบอาจอยู่ประมาณ 3–5 ล้านบาท

  • คลินิก 4 Unit ขึ้นไป : มีหลายบริการ เครื่องมือเฉพาะทาง หรือระบบ Digital Dentistryงบอาจอยู่ประมาณ 5 ล้านบาทขึ้นไป

หมายเหตุ: ตัวเลขเป็นเพียงงบประมาณเบื้องต้นจากข้อมูลตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับทำเล พื้นที่ จำนวน Dental Unit แบรนด์เครื่องมือ งานระบบ และประเภทบริการของแต่ละคลินิก

2. เลือกทำเล กำหนดบริการ และวางรูปแบบคลินิก

การเลือกทำเลเปิดคลินิกทันตกรรม



ก่อนเลือกพื้นที่ ควรวางภาพรวมธุรกิจให้ชัดว่า ต้องการจับลูกค้ากลุ่มไหน ให้บริการอะไร ตั้งราคาในระดับใด และสร้างภาพลักษณ์คลินิกแบบไหน เพื่อให้ทำเล พื้นที่ และการลงทุนสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เริ่มต้น เช่น

เปิดใกล้มหาวิทยาลัย สถานศึกษา

  • กลุ่มลูกค้า: นักเรียน นักศึกษา วัยเริ่มทำงาน

  • บริการ: ขูดหินปูน อุด ถอน ผ่าฟันคุด จัดฟัน ฟอกสีฟัน

  • ราคา: เข้าถึงง่าย–ระดับกลาง

  • สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Modern / Minimal


เปิดย่านสำนักงาน ธุรกิจ

  • กลุ่มลูกค้า: คนวัยทำงาน ผู้บริหาร

  • บริการ: ขูดหินปูน ฟอกสีฟัน Crown, Veneer, Implant, Clear Aligner

  • ราคา: กลาง–กลางบน

  • สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Modern / Professional


เปิดย่านชุมชน หมู่บ้าน

  • กลุ่มลูกค้า: ครอบครัว เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ

  • บริการ: ทันตกรรมทั่วไป เด็ก จัดฟัน รักษาราก ฟันปลอม Implant

  • ราคา: เข้าถึงง่าย–ระดับกลาง

  • สไตล์การออกแบบตกแต่ง: Warm / Family Friendly


ก่อนเลือกทำเล ควรศึกษาคู่แข่ง กลุ่มเป้าหมาย กำลังซื้อ และความต้องการในพื้นที่ เพื่อกำหนดบริการ ราคา และรูปแบบคลินิกให้เหมาะกับตลาด


ออกแบบตกแต่งคลินิกทันตกรรมให้ตรงมาตรฐาน

ฟังชั่นคลินิกทันตกรรมตามมาตรฐาน



การออกแบบคลินิกทันตกรรมต้องเตรียมทั้ง พื้นที่ ห้องทำฟัน เครื่องมือ ระบบฆ่าเชื้อ และอุปกรณ์ฉุกเฉิน ให้พร้อมตามมาตรฐานการตรวจสถานพยาบาล


1. พื้นที่คลินิกตามมาตรฐาน

  • พื้นที่ให้บริการรวม ไม่น้อยกว่า 20 ตร.ม.

  • ส่วนที่แคบที่สุด ไม่น้อยกว่า 3.00 ม.

  • ประตูเข้า–ออกกว้าง ไม่น้อยกว่า 80 ซม.

  • พื้นที่พักคอยมีเก้าอี้พนักพิง อย่างน้อย 5 ที่นั่ง

  • ห้องทำฟันต้องเป็นสัดส่วนและมิดชิด

  • มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ

  • มีแสงสว่างและระบบระบายอากาศที่เหมาะสม

2. ห้องทำฟันและ Dental Unit

Dental Unit ต้องประกอบด้วย

  • เก้าอี้ผู้ป่วย

  • ระบบไฟส่องสว่าง

  • ระบบเครื่องกรอฟัน

  • ระบบดูดน้ำลาย

  • ระบบน้ำบ้วนปาก

  • เก้าอี้ทันตแพทย์และผู้ช่วย

ภายในห้องทำฟันต้องมี อ่างฟอกมือชนิดไม่ใช้มือเปิด–ปิดน้ำ พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดมือ

3. ระบบล้างและฆ่าเชื้อเครื่องมือ

ต้องมี

  • จุดล้างเครื่องมือที่ใช้แล้ว

  • พื้นที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

  • Autoclave

  • พื้นที่หรือตู้เก็บเครื่องมือปราศจากเชื้อ

4. เครื่องมือทันตกรรมที่ต้องมี

เครื่องมือหลัก ได้แก่

  • ชุดตรวจฟัน

  • ชุดอุดฟัน

  • ชุดถอนฟัน

  • ชุดศัลยกรรมช่องปาก

  • ชุดรักษาคลองรากฟัน

  • ชุดรักษาโรคเหงือก

  • ชุดทันตกรรมประดิษฐ์

  • เครื่องขูดหินน้ำลาย

เครื่องมือต้องมี จำนวนเพียงพอกับการให้บริการของคลินิก





5. ยาและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ยาและอุปกรณ์ฉุกเฉินตามมาตรฐานคลินิก



ต้องมียาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น

  • ยาปฏิชีวนะ

  • ยาแก้ปวด/ลดไข้

  • ยาแก้แพ้

  • ยาชา

  • ยาสำหรับช่วยชีวิตฉุกเฉิน

พร้อมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น

  • AMBU

  • Oxygen Tank

  • NSS + IV Set

  • Medicut

  • Syringe และเข็ม

  • Oral Airway

  • เสาแขวนน้ำเกลือ

ยาต้อง ไม่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ และมีเพียงพอต่อการให้บริการ

6. ระบบขยะและความปลอดภัย

  • ห้องให้บริการต้องมี ถังขยะทั่วไปและถังขยะติดเชื้อ

  • มีระบบและหลักฐานการกำจัดขยะติดเชื้อ

  • มีถังดับเพลิงขนาด ไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์ พร้อมใช้งานทุกชั้น

  • มีป้ายห้ามสูบบุหรี่บริเวณทางเข้า

7. ห้อง X-ray

ต้องจัด ห้องเอกซเรย์แยกเป็นสัดส่วน และมีระบบป้องกันรังสีตามมาตรฐาน รวมถึงเสื้อตะกั่วและการรับรองห้องและเครื่อง X-ray ก่อนใช้งาน


3. จัดหาบุคลากรคลินิกทันตกรรม




การจัดบุคลากรต้องสัมพันธ์กับ จำนวน Dental Unit ที่เปิดใช้งาน และบริการของคลินิก

ผู้ดำเนินการคลินิก

ผู้ดำเนินการคลินิกทันตกรรมต้องเป็น ทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และต้องสามารถควบคุมดูแลการดำเนินงานของคลินิกได้จริง โดยวัน–เวลาปฏิบัติงานต้องไม่ซ้ำซ้อนกับสถานพยาบาลอื่นตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง


ทันตแพทย์และผู้ช่วยทันตแพทย์

สำหรับ Dental Unit ที่เปิดให้บริการพร้อมกัน ควรวางอัตรากำลังแบบ

1 Dental Unit = ทันตแพทย์ 1 คน + ผู้ช่วยทันตแพทย์ 1 คน ตามมาตรฐานสบส.กำหนด

เช่น

  • เปิดพร้อมกัน 1 Unit → ทันตแพทย์ 1 คน + ผู้ช่วย 1 คน

  • เปิดพร้อมกัน 2 Unit → ทันตแพทย์ 2 คน + ผู้ช่วย 2 คน

  • เปิดพร้อมกัน 4 Unit → ทันตแพทย์ 4 คน + ผู้ช่วย 4 คน

ทันตแพทย์ที่ให้การรักษาต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง และคลินิกต้องดำเนินการแจ้งเป็นผู้ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนด ทันตแพทยสภายืนยันว่าผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่สามารถให้การรักษาทางทันตกรรมได้

บุคลากรสนับสนุน

นอกจากทีมประจำ Dental Unit อาจต้องมีบุคลากรเพิ่มเติมตามขนาดคลินิก เช่น

  • Reception / Front Desk

  • เจ้าหน้าที่ล้างและ Sterilization

  • ผู้จัดการหรือธุรการ

  • แม่บ้าน / พนักงานทำความสะอาด


4.จัดเตรียมเอกสารขออนุญาตเปิดคลินิกทันตกรรม

เอกสารผู้ขออนุญาต (เจ้าของคลินิก)

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • ใบรับรองแพทย์ (ออกไม่เกิน 30 วัน)

  • กรณีเป็นนิติบุคคล: หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล, วัตถุประสงค์, ผู้มีอำนาจลงนาม

เอกสารผู้ดำเนินการ (ทันตแพทย์ผู้รับผิดชอบคลินิก)

  • สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตแพทย์

  • สำเนาวุฒิบัตร หรือหนังสืออนุมัติ (ถ้าเป็นคลินิกเฉพาะทาง)

  • ใบรับรองแพทย์ (ไม่เป็นโรคต้องห้าม)

  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 3 รูป และขนาด 8 x 13 ซม. 1 รูป

เอกสารสถานที่และแผนงาน

  • แผนผังภายในคลินิก แสดงพื้นที่ใช้งานและขนาด (กว้าง x ยาว)

  • แผนที่ตั้งสถานพยาบาล (ห้ามแคปจาก Google Map)

  • สำเนาสัญญาเช่า หรือโฉนดที่ดิน (กรณีเจ้าของเอง)

  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (กรณีเช่า) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ให้เช่า

  • สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งคลินิก

เอกสารแบบคำขอสำหรับเปิดคลินิก

  • แบบส.พ.1 คําขออนุมัติแผนงานการจัดตั้งสถานพยาบาล ประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

  • แบบส.พ.5 คําขออนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล

  • แบบส.พ.6 หนังสือแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงาน ในสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพ

  • แบบส.พ.18 คำขอรับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล

เอกสารอื่นๆ


5 ยื่นขออนุญาตเปิดคลินิก

เมื่อเตรียม สถานที่ ผู้ดำเนินการ และเอกสารต่าง ๆ ครบแล้ว สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการตามขั้นตอน เมื่อได้รับใบอนุญาตเปิดคลินิกแล้วก็สามารถเปิดคลินิกและบริหารตามขั้นตอนที่วางแผนไว้


การเปิดคลินิกทันตกรรมมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ ออกแบบตกแต่งให้ตรงมาตรฐาน จัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากร ขออนุญาตเปิดคลินิก ไปจนถึงการควบคุมงบประมาณ


การมีทีมที่เข้าใจขั้นตอนและมาตรฐาน จะช่วยให้วางแผนได้เป็นระบบ ลดการแก้ไข ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน และช่วยให้คลินิกพร้อมเปิดได้ราบรื่นมากขึ้น สอบถามและปรึกษาได้ที่ LINE ID : @clinicdeccor



ความคิดเห็น


bottom of page