top of page

รู้จักสหคลินิก คลินิกที่ให้คุณมากกว่าการรักษาแค่ด้านเดียว

15 ต.ค. 2567
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 14 ส.ค.


ในยุคที่ความต้องการด้านสุขภาพของผู้คนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลสุขภาพที่ครบวงจร รวดเร็ว และสะดวกสบายกลายเป็นสิ่งสำคัญ สหคลินิก (Multi-specialty Clinic) จึงเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ผู้ป่วย ด้วยบริการทางการแพทย์หลากหลายในสถานที่เดียว บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักสหคลินิกในทุกมิติ ตั้งแต่จุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย ไปจนถึงแนวทางการขออนุญาตเปิดคลินิก



  1. สหคลินิกคืออะไร

สหคลินิก  คือ คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบําบัด เทคนิคการแพทย์ การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และการประกอบโรคศิลปะ ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไป ซึ่งดําเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบ โรคศิลปะสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยผู้ดําเนินการต้องเป็นบุคคลที่ผู้อนุญาตประกาศกําหนดโดยคําแนะนํา ของคณะกรรมการสถานพยาบาล

สหคลินิกมีลักษณะสำคัญคือ:

  1. เป็นคลินิกที่มีการประกอบวิชาชีพตั้งแต่ 2 ลักษณะขึ้นไป ครอบคลุมทั้ง:

    • เวชกรรม (แพทย์)

    • ทันตกรรม (ทันตแพทย์)

    • การพยาบาลและการผดุงครรภ์

    • กายภาพบำบัด

    • เทคนิคการแพทย์

    • การแพทย์แผนไทยและแผนไทยประยุกต์

    • การประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นๆ


สหคลินิกมี ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 1 คน ซึ่งมาจากสาขาใดสาขาหนึ่งที่เปิดให้บริการได้ แต่ แต่ละบริการต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตตรงสาขา เป็นผู้ให้บริการจริง เช่น ทันตกรรมต้องมีทันตแพทย์ กายภาพบำบัดต้องมีนักกายภาพบำบัด


ข้อดีและความท้าทายของการทำสหคลินิก

การทำสหคลินิกช่วยให้สามารถรวมบริการจากหลายวิชาชีพไว้ในสถานที่เดียว เพิ่มความสะดวกให้ผู้รับบริการและเปิดโอกาสให้คลินิกขยายบริการได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ซับซ้อนกว่าคลินิกทั่วไป

ข้อดีของสหคลินิก

  • ให้บริการได้ครบมากขึ้น ผู้รับบริการสามารถเข้ารับบริการจากหลายสาขาวิชาชีพได้ในสถานที่เดียว

  • สะดวกต่อผู้รับบริการ ลดการเดินทางและการส่งต่อไปยังหลายสถานพยาบาล

  • ช่วยให้การดูแลต่อเนื่อง บุคลากรแต่ละสาขาสามารถประสานงานและส่งต่อข้อมูลกันได้สะดวกขึ้น

  • ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น พื้นที่ต้อนรับ ห้องพักคอย ระบบหลังบ้าน และอุปกรณ์บางส่วน

  • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สามารถขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มบริการได้หลากหลายกว่าคลินิกประเภทเดียว

ความท้าทายของสหคลินิก

  • ใช้เงินลงทุนสูงขึ้น เพราะต้องเตรียมพื้นที่ เครื่องมือ และระบบรองรับหลายบริการ

  • บริหารจัดการซับซ้อนกว่า ต้องดูแลบุคลากร ตารางทำงาน และมาตรฐานของหลายวิชาชีพ

  • ต้องมีบุคลากรครบตามสาขา ทุกบริการที่เปิดต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตตรงประเภท

  • มีข้อกำหนดหลายส่วน ทั้งด้านพื้นที่ อุปกรณ์ เอกสาร และมาตรฐานของแต่ละวิชาชีพ

  • ค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้น เช่น เงินเดือนบุคลากร ค่าสถานที่ ค่าสาธารณูปโภค และค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์



ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดสหคลินิก

การเปิดสหคลินิกเป็นการให้บริการทางการแพทย์ที่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้รับบริการ ผู้ที่ต้องการเปิดสหคลินิกจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการขออนุญาตให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


1. การเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขออนุญาต

ตัวอย่างแปลนสหคลินิก



ออกแบบและตกแต่งพื้นที่ให้ตรงตามมาตรฐาน

การออกแบบสหคลินิกต้องวางพื้นที่ให้รองรับ ทุกสาขาวิชาชีพที่ขอเปิดให้บริการ โดยกรณีสหคลินิก กรม สบส. กำหนดให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละลักษณะบริการให้ชัดเจน และแต่ละส่วนต้องมีพื้นที่และลักษณะตรงตามมาตรฐานของบริการนั้น ๆ


พื้นที่ส่วนกลางของสหคลินิก

ในการวางผังสามารถจัดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรองรับผู้ใช้บริการ เช่น

  • พื้นที่ต้อนรับ สำหรับลงทะเบียนและติดต่อ

  • โซนพักคอย  สำหรับผู้รับบริการก่อนเข้าพบผู้ประกอบวิชาชีพ

  • ห้องน้ำผู้ใช้บริการ

  • พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ / Supply โดยจัดให้เหมาะกับประเภทอุปกรณ์และบริการ

  • ทางเดินและพื้นที่สัญจร ต้องจัดให้เคลื่อนย้ายผู้รับบริการได้สะดวกและปลอดภัย

พื้นที่ให้บริการต้องแบ่งตามแต่ละสาขา

ต้องกำหนดพื้นที่ของแต่ละบริการให้ชัดเจน และจัดห้องตามมาตรฐานของสาขานั้น

ตัวอย่าง หากเปิด เวชกรรม + ทันตกรรม + กายภาพบำบัด

  • ส่วนเวชกรรม → มีห้องตรวจโรคและอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาทางเวชกรรม

  • ส่วนทันตกรรม → มีพื้นที่หรือห้องสำหรับยูนิตทันตกรรม พร้อมระบบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

  • ส่วนกายภาพบำบัด → มีพื้นที่ตรวจ ประเมิน และพื้นที่บำบัดรักษาที่เหมาะกับการเคลื่อนไหวและเครื่องมือกายภาพบำบัด

หากมีบริการเฉพาะ ต้องเพิ่มพื้นที่รองรับ เช่น
  • ผ่าตัดเล็ก → ต้องมีห้องผ่าตัดเล็กและอุปกรณ์ตามมาตรฐาน

  • X-ray → ต้องมีพื้นที่เอกซเรย์แยกเป็นสัดส่วนและระบบป้องกันรังสี

  • เทคนิคการแพทย์ → ต้องจัดพื้นที่ตรวจและพื้นที่ปฏิบัติงานตามมาตรฐานของสาขา


เตรียมผู้ดำเนินการสหคลินิก

สหคลินิกต้องมี ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 1 คน โดยเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพ สาขาใดสาขาหนึ่งที่สหคลินิกเปิดให้บริการ

ตัวอย่าง หากเปิด เวชกรรม + ทันตกรรม + กายภาพบำบัด ผู้ดำเนินการสามารถเป็น แพทย์ ทันตแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด คนใดคนหนึ่งได้


ผู้ดำเนินการต้องมีคุณสมบัติหลัก ดังนี้

  • มีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง และเป็นสาขาที่สหคลินิกเปิดให้บริการ

  • ยังสามารถรับเป็นผู้ดำเนินการได้ โดยต้องตรวจสอบว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอื่นครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว

  • ต้องเข้ามาปฏิบัติงานจริง ตามวัน–เวลาที่แจ้งไว้ ไม่ใช่เพียงนำชื่อหรือใบประกอบวิชาชีพมาใช้ในการขออนุญาต

  • กรณีมีงานประจำหรือรับราชการ วัน–เวลาทำงานต้องไม่ทับซ้อนกับเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในสหคลินิก และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของต้นสังกัด

สรุป: สหคลินิกมีผู้ดำเนินการหลัก 1 คน จากสาขาใดสาขาหนึ่งที่เปิดให้บริการ และบุคคลนั้นต้องสามารถเข้ามาควบคุมดูแลคลินิกได้จริง




เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ให้ครบตามแต่ละสาขา

สหคลินิกต้องเตรียมทั้ง อุปกรณ์พื้นฐานของคลินิก และ อุปกรณ์เฉพาะตามสาขาที่เปิดให้บริการ

อุปกรณ์เปิดคลินิก



อุปกรณ์เปิดคลินิกพื้นฐานที่ควรมี

  • เตียงตรวจ

  • โต๊ะและเก้าอี้ตรวจ

  • เครื่องวัดความดันโลหิต

  • เครื่องวัดอุณหภูมิ

  • เครื่องชั่งน้ำหนัก

  • อุปกรณ์ตรวจร่างกายเบื้องต้น

  • ตู้เก็บยาและเวชภัณฑ์

  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและช่วยเหลือฉุกเฉิน

  • ถังขยะทั่วไป / ขยะติดเชื้อ

  • กล่องทิ้งเข็มและของมีคม

  • อุปกรณ์ล้างมือและทำความสะอาด

อุปกรณ์เฉพาะตามสาขา เช่น

เวชกรรม

  • เครื่องมือสำหรับตรวจร่างกาย

  • ยาและเวชภัณฑ์ตามบริการ

  • เครื่องมือทำหัตถการ

  • อุปกรณ์ช่วยชีวิตและอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ทันตกรรม

  • ยูนิตทันตกรรม

  • เครื่องมือทันตกรรม

  • ระบบน้ำและระบบดูด

  • เครื่องมือทำความสะอาดและทำให้ปราศจากเชื้อ

  • เครื่อง X-ray และระบบป้องกันรังสี (กรณีมีบริการ)

กายภาพบำบัด

  • เตียงกายภาพบำบัด

  • เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการบำบัด

  • อุปกรณ์ฝึกการเคลื่อนไหวหรือฟื้นฟู

  • อุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน

เทคนิคการแพทย์

  • อุปกรณ์เก็บและรับสิ่งส่งตรวจ

  • เครื่องมือวิเคราะห์ตามรายการตรวจ

  • อุปกรณ์จัดเก็บสิ่งส่งตรวจ


อุปกรณ์เพิ่มเติมตามบริการ

  • ห้องผ่าตัดเล็ก → เครื่องมือผ่าตัด เครื่องมือปราศจากเชื้อ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต

  • X-ray / รังสี → เครื่อง X-ray และอุปกรณ์ป้องกันรังสี

  • มีการจ่ายยา → อุปกรณ์และพื้นที่จัดเก็บยา

  • ยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ → ตู้เย็นหรือตู้ควบคุมอุณหภูมิ

  • บริการเฉพาะทางอื่น ๆ → เตรียมอุปกรณ์ตามมาตรฐานของบริการนั้น

หลักสำคัญ เปิดบริการสาขาไหน ต้องมี พื้นที่ + ผู้ประกอบวิชาชีพ + เครื่องมือและอุปกรณ์ รองรับสาขา นั้นให้ครบ


เตรียมบุคลากรให้บริการในคลินิก

  • จัดเตรียมผู้ประกอบวิชาชีพให้ครบทุกสาขาที่จะให้บริการ

  • ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่หมดอายุ

  • ต้องระบุวันและเวลาปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละคนอย่างชัดเจน


2. ขั้นตอนการขออนุญาต

การยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

  1. ดาวน์โหลดแบบคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.1) จากเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือขอรับที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

  2. กรอกแบบคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบ:

    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขออนุญาต

    • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต

    • สำเนาใบประกอบวิชาชีพของผู้ดำเนินการ

    • แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานพยาบาล

    • แผนผังภายในสถานพยาบาล

    • สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานที่ (โฉนดที่ดิน/สัญญาเช่า)

    • กรณีเป็นนิติบุคคล ให้แนบหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

  3. ยื่นแบบคำขอและเอกสารที่:

    • กรุงเทพมหานคร: กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

    • ต่างจังหวัด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด


การยื่นขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล

  1. กรอกแบบคำขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.18)

  2. แนบเอกสารประกอบ:

    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการ

    • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ดำเนินการ

    • สำเนาใบประกอบวิชาชีพ

    • รูปถ่าย 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 1 ปี)

    • ใบรับรองแพทย์

    • หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา

  3. ยื่นแบบคำขอพร้อมกับการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

การตรวจสอบสถานที่

  1. เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อตรวจสอบสถานที่ตามที่ระบุในคำขอ

  2. คณะกรรมการตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลจะตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ เครื่องมือ และบุคลากร

  3. หากไม่ผ่านการตรวจสอบ ต้องปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และนัดตรวจซ้ำ

การชำระค่าธรรมเนียม

  1. เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานพยาบาลและค่าธรรมเนียมการดำเนินการสถานพยาบาล

  2. อัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

การรับใบอนุญาต

  1. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.7)

  2. ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.19)

  3. สมุดทะเบียนสถานพยาบาล

  4. ใบอนุญาตมีอายุ 10 ปี และต้องต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุ


การขออนุญาตเปิดสหคลินิก vs. คลินิกทั่วไป ต่างกันอย่างไร


การขออนุญาตเปิดสหคลินิก vs. คลินิกทั่วไป



แม้การเปิด สหคลินิก (Multi-specialty Clinic) และ คลินิกทั่วไป จะมีขั้นตอนการขออนุญาตที่คล้ายคลึงกันในบางด้าน เนื่องจากทั้งสองประเภทต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานพยาบาล แต่ยังมีความแตกต่างที่สำคัญในแง่ของเอกสาร ข้อกำหนด และกระบวนการตรวจสอบ สรุปความเหมือนและความแตกต่างได้ดังนี้:


ความเหมือนในการขออนุญาต

  1. ข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งสหคลินิกและคลินิกทั่วไปต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ และการตรวจสอบมาตรฐานโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)

  2. เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้

    • แบบคำขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล

    • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต

    • แผนที่ตั้งสถานพยาบาลและแบบแปลนสถานที่

    • ใบประกอบวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทย์

  3. กระบวนการตรวจสอบสถานที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น ความสะอาด ระบบสาธารณูปโภค และความปลอดภัย


ความแตกต่างในการขออนุญาต

1. ขอบเขตของบริการและการจัดการ

  • คลินิกทั่วไป: ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางใดทางหนึ่ง (เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด)

  • สหคลินิก: ให้บริการจากหลากหลายสาขาทางการแพทย์ในสถานที่เดียว เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม สูตินรีเวช กุมารเวชกรรม ฯลฯ

ดังนั้น สหคลินิกต้องมีการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งแผนกและการจัดการทรัพยากรในแต่ละแผนก

2. พื้นที่และโครงสร้างสถานที่

  • สหคลินิก: ต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่พอสำหรับการจัดแยกแผนกต่าง ๆ และรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่เฉพาะสำหรับหัตถการพิเศษ

  • คลินิกทั่วไป: พื้นที่อาจไม่ต้องกว้างขวางมากนัก เนื่องจากให้บริการเฉพาะทางเพียงสาขาเดียว

3. บุคลากรทางการแพทย์

  • สหคลินิก: ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา พร้อมใบประกอบวิชาชีพของแต่ละคน รวมถึงทีมงานสนับสนุน เช่น พยาบาลและผู้ช่วยแพทย์ในแต่ละแผนก

  • คลินิกทั่วไป: ใช้บุคลากรเฉพาะทางในสาขานั้น ๆ เพียงไม่กี่คน

4. รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์

  • สหคลินิก: ต้องจัดซื้อเครื่องมือแพทย์หลากหลายชนิดตามความต้องการของแต่ละสาขา รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องมือทั้งหมด

  • คลินิกทั่วไป: จัดหาเครื่องมือที่ใช้เฉพาะในสาขาที่ให้บริการเท่านั้น

5. การตรวจสอบและข้อกำหนดพิเศษ

  • สหคลินิก: การตรวจสอบมาตรฐานจะละเอียดและครอบคลุมกว่า เช่น การตรวจสอบระบบระบายอากาศ การจัดการขยะติดเชื้อในแต่ละแผนก และการแยกพื้นที่บริการให้เหมาะสม

  • คลินิกทั่วไป: การตรวจสอบเน้นความเหมาะสมในสาขาที่ให้บริการ เช่น ระบบฆ่าเชื้อในคลินิกทันตกรรม หรือความสะอาดในคลินิกผิวหนัง


ความซับซ้อนในการขออนุญาต

  • สหคลินิก: มีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากต้องบริหารจัดการหลายแผนกและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริการหลากหลายประเภท รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานที่หลากหลาย

  • คลินิกทั่วไป: กระบวนการขออนุญาตง่ายกว่า เพราะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในสาขาเดียว



สรุป

สหคลินิกเป็นรูปแบบสถานพยาบาลที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของคนยุคใหม่ ด้วยการให้บริการแบบครบวงจร แม้จะมีความท้าทายในด้านการลงทุนและการบริหารจัดการ แต่หากมีการวางแผนและระบบการทำงานที่ดี สหคลินิกสามารถเป็นธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง


หากใครที่สนใจหรืออยากเปิดคลินิก สามารถดูหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ID LINE : @clinicdeccor



ติดต่อ CND

ความคิดเห็น


bottom of page