รู้จักสหคลินิก คลินิกที่ให้คุณมากกว่าการรักษาแค่ด้านเดียว
อัปเดตเมื่อ 14 ส.ค.

ในยุคที่ความต้องการด้านสุขภาพของผู้คนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดูแลสุขภาพที่ครบวงจร รวดเร็ว และสะดวกสบายกลายเป็นสิ่งสำคัญ สหคลินิก (Multi-specialty Clinic) จึงเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ผู้ป่วย ด้วยบริการทางการแพทย์หลากหลายในสถานที่เดียว บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักสหคลินิกในทุกมิติ ตั้งแต่จุดเด่น ข้อดี ข้อเสีย ไปจนถึงแนวทางการขออนุญาตเปิดคลินิก
สหคลินิกคืออะไร
สหคลินิก คือ คลินิกที่จัดให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบําบัด เทคนิคการแพทย์ การแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ และการประกอบโรคศิลปะ ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไป ซึ่งดําเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบ โรคศิลปะสาขาใดสาขาหนึ่ง โดยผู้ดําเนินการต้องเป็นบุคคลที่ผู้อนุญาตประกาศกําหนดโดยคําแนะนํา ของคณะกรรมการสถานพยาบาล
สหคลินิกมีลักษณะสำคัญคือ:
เป็นคลินิกที่มีการประกอบวิชาชีพตั้งแต่ 2 ลักษณะขึ้นไป ครอบคลุมทั้ง:
เวชกรรม (แพทย์)
ทันตกรรม (ทันตแพทย์)
การพยาบาลและการผดุงครรภ์
กายภาพบำบัด
เทคนิคการแพทย์
การแพทย์แผนไทยและแผนไทยประยุกต์
การประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นๆ
สหคลินิกมี ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 1 คน ซึ่งมาจากสาขาใดสาขาหนึ่งที่เปิดให้บริการได้ แต่ แต่ละบริการต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตตรงสาขา เป็นผู้ให้บริการจริง เช่น ทันตกรรมต้องมีทันตแพทย์ กายภาพบำบัดต้องมีนักกายภาพบำบัด
ข้อดีและความท้าทายของการทำสหคลินิก
การทำสหคลินิกช่วยให้สามารถรวมบริการจากหลายวิชาชีพไว้ในสถานที่เดียว เพิ่มความสะดวกให้ผู้รับบริการและเปิดโอกาสให้คลินิกขยายบริการได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ซับซ้อนกว่าคลินิกทั่วไป
ข้อดีของสหคลินิก
ให้บริการได้ครบมากขึ้น ผู้รับบริการสามารถเข้ารับบริการจากหลายสาขาวิชาชีพได้ในสถานที่เดียว
สะดวกต่อผู้รับบริการ ลดการเดินทางและการส่งต่อไปยังหลายสถานพยาบาล
ช่วยให้การดูแลต่อเนื่อง บุคลากรแต่ละสาขาสามารถประสานงานและส่งต่อข้อมูลกันได้สะดวกขึ้น
ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น พื้นที่ต้อนรับ ห้องพักคอย ระบบหลังบ้าน และอุปกรณ์บางส่วน
เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สามารถขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มบริการได้หลากหลายกว่าคลินิกประเภทเดียว
ความท้าทายของสหคลินิก
ใช้เงินลงทุนสูงขึ้น เพราะต้องเตรียมพื้นที่ เครื่องมือ และระบบรองรับหลายบริการ
บริหารจัดการซับซ้อนกว่า ต้องดูแลบุคลากร ตารางทำงาน และมาตรฐานของหลายวิชาชีพ
ต้องมีบุคลากรครบตามสาขา ทุกบริการที่เปิดต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตตรงประเภท
มีข้อกำหนดหลายส่วน ทั้งด้านพื้นที่ อุปกรณ์ เอกสาร และมาตรฐานของแต่ละวิชาชีพ
ค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้น เช่น เงินเดือนบุคลากร ค่าสถานที่ ค่าสาธารณูปโภค และค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์
ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดสหคลินิก
การเปิดสหคลินิกเป็นการให้บริการทางการแพทย์ที่ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้รับบริการ ผู้ที่ต้องการเปิดสหคลินิกจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการขออนุญาตให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. การเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขออนุญาต

ออกแบบและตกแต่งพื้นที่ให้ตรงตามมาตรฐาน
การออกแบบสหคลินิกต้องวางพื้นที่ให้รองรับ ทุกสาขาวิชาชีพที่ขอเปิดให้บริการ โดยกรณีสหคลินิก กรม สบส. กำหนดให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละลักษณะบริการให้ชัดเจน และแต่ละส่วนต้องมีพื้นที่และลักษณะตรงตามมาตรฐานของบริการนั้น ๆ
พื้นที่ส่วนกลางของสหคลินิก
ในการวางผังสามารถจัดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรองรับผู้ใช้บริการ เช่น
พื้นที่ต้อนรับ สำหรับลงทะเบียนและติดต่อ
โซนพักคอย สำหรับผู้รับบริการก่อนเข้าพบผู้ประกอบวิชาชีพ
ห้องน้ำผู้ใช้บริการ
พื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ / Supply โดยจัดให้เหมาะกับประเภทอุปกรณ์และบริการ
ทางเดินและพื้นที่สัญจร ต้องจัดให้เคลื่อนย้ายผู้รับบริการได้สะดวกและปลอดภัย
พื้นที่ให้บริการต้องแบ่งตามแต่ละสาขา
ต้องกำหนดพื้นที่ของแต่ละบริการให้ชัดเจน และจัดห้องตามมาตรฐานของสาขานั้น
ตัวอย่าง หากเปิด เวชกรรม + ทันตกรรม + กายภาพบำบัด
ส่วนเวชกรรม → มีห้องตรวจโรคและอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาทางเวชกรรม
ส่วนทันตกรรม → มีพื้นที่หรือห้องสำหรับยูนิตทันตกรรม พร้อมระบบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกายภาพบำบัด → มีพื้นที่ตรวจ ประเมิน และพื้นที่บำบัดรักษาที่เหมาะกับการเคลื่อนไหวและเครื่องมือกายภาพบำบัด
หากมีบริการเฉพาะ ต้องเพิ่มพื้นที่รองรับ เช่น
ผ่าตัดเล็ก → ต้องมีห้องผ่าตัดเล็กและอุปกรณ์ตามมาตรฐาน
X-ray → ต้องมีพื้นที่เอกซเรย์แยกเป็นสัดส่วนและระบบป้องกันรังสี
เทคนิคการแพทย์ → ต้องจัดพื้นที่ตรวจและพื้นที่ปฏิบัติงานตามมาตรฐานของสาขา
เตรียมผู้ดำเนินการสหคลินิก
สหคลินิกต้องมี ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 1 คน โดยเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพ สาขาใดสาขาหนึ่งที่สหคลินิกเปิดให้บริการ
ตัวอย่าง หากเปิด เวชกรรม + ทันตกรรม + กายภาพบำบัด ผู้ดำเนินการสามารถเป็น แพทย์ ทันตแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด คนใดคนหนึ่งได้
ผู้ดำเนินการต้องมีคุณสมบัติหลัก ดังนี้
มีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง และเป็นสาขาที่สหคลินิกเปิดให้บริการ
ยังสามารถรับเป็นผู้ดำเนินการได้ โดยต้องตรวจสอบว่าไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอื่นครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว
ต้องเข้ามาปฏิบัติงานจริง ตามวัน–เวลาที่แจ้งไว้ ไม่ใช่เพียงนำชื่อหรือใบประกอบวิชาชีพมาใช้ในการขออนุญาต
กรณีมีงานประจำหรือรับราชการ วัน–เวลาทำงานต้องไม่ทับซ้อนกับเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในสหคลินิก และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของต้นสังกัด
สรุป: สหคลินิกมีผู้ดำเนินการหลัก 1 คน จากสาขาใดสาขาหนึ่งที่เปิดให้บริการ และบุคคลนั้นต้องสามารถเข้ามาควบคุมดูแลคลินิกได้จริง
เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ให้ครบตามแต่ละสาขา
สหคลินิกต้องเตรียมทั้ง อุปกรณ์พื้นฐานของคลินิก และ อุปกรณ์เฉพาะตามสาขาที่เปิดให้บริการ

อุปกรณ์เปิดคลินิกพื้นฐานที่ควรมี
เตียงตรวจ
โต๊ะและเก้าอี้ตรวจ
เครื่องวัดความดันโลหิต
เครื่องวัดอุณหภูมิ
เครื่องชั่งน้ำหนัก
อุปกรณ์ตรวจร่างกายเบื้องต้น
ตู้เก็บยาและเวชภัณฑ์
อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและช่วยเหลือฉุกเฉิน
ถังขยะทั่วไป / ขยะติดเชื้อ
กล่องทิ้งเข็มและของมีคม
อุปกรณ์ล้างมือและทำความสะอาด
อุปกรณ์เฉพาะตามสาขา เช่น
เวชกรรม
เครื่องมือสำหรับตรวจร่างกาย
ยาและเวชภัณฑ์ตามบริการ
เครื่องมือทำหัตถการ
อุปกรณ์ช่วยชีวิตและอุปกรณ์ฉุกเฉิน
ทันตกรรม
ยูนิตทันตกรรม
เครื่องมือทันตกรรม
ระบบน้ำและระบบดูด
เครื่องมือทำความสะอาดและทำให้ปราศจากเชื้อ
เครื่อง X-ray และระบบป้องกันรังสี (กรณีมีบริการ)
กายภาพบำบัด
เตียงกายภาพบำบัด
เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการบำบัด
อุปกรณ์ฝึกการเคลื่อนไหวหรือฟื้นฟู
อุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน
เทคนิคการแพทย์
อุปกรณ์เก็บและรับสิ่งส่งตรวจ
เครื่องมือวิเคราะห์ตามรายการตรวจ
อุปกรณ์จัดเก็บสิ่งส่งตรวจ
อุปกรณ์เพิ่มเติมตามบริการ
ห้องผ่าตัดเล็ก → เครื่องมือผ่าตัด เครื่องมือปราศจากเชื้อ และอุปกรณ์ช่วยชีวิต
X-ray / รังสี → เครื่อง X-ray และอุปกรณ์ป้องกันรังสี
มีการจ่ายยา → อุปกรณ์และพื้นที่จัดเก็บยา
ยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ → ตู้เย็นหรือตู้ควบคุมอุณหภูมิ
บริการเฉพาะทางอื่น ๆ → เตรียมอุปกรณ์ตามมาตรฐานของบริการนั้น
หลักสำคัญ เปิดบริการสาขาไหน ต้องมี พื้นที่ + ผู้ประกอบวิชาชีพ + เครื่องมือและอุปกรณ์ รองรับสาขา นั้นให้ครบ
เตรียมบุคลากรให้บริการในคลินิก
จัดเตรียมผู้ประกอบวิชาชีพให้ครบทุกสาขาที่จะให้บริการ
ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่หมดอายุ
ต้องระบุวันและเวลาปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละคนอย่างชัดเจน
2. ขั้นตอนการขออนุญาต
การยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ดาวน์โหลดแบบคำขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.1) จากเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือขอรับที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
กรอกแบบคำขอพร้อมแนบเอกสารประกอบ:
สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขออนุญาต
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
สำเนาใบประกอบวิชาชีพของผู้ดำเนินการ
แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานพยาบาล
แผนผังภายในสถานพยาบาล
สำเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสถานที่ (โฉนดที่ดิน/สัญญาเช่า)
กรณีเป็นนิติบุคคล ให้แนบหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ยื่นแบบคำขอและเอกสารที่:
กรุงเทพมหานคร: กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ต่างจังหวัด: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
การยื่นขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
กรอกแบบคำขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.18)
แนบเอกสารประกอบ:
สำเนาบัตรประชาชนของผู้ดำเนินการ
สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ดำเนินการ
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
รูปถ่าย 2.5 x 3 ซม. จำนวน 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 1 ปี)
ใบรับรองแพทย์
หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา
ยื่นแบบคำขอพร้อมกับการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
การตรวจสอบสถานที่
เจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อตรวจสอบสถานที่ตามที่ระบุในคำขอ
คณะกรรมการตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลจะตรวจสอบความพร้อมของสถานที่ เครื่องมือ และบุคลากร
หากไม่ผ่านการตรวจสอบ ต้องปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของคณะกรรมการ และนัดตรวจซ้ำ
การชำระค่าธรรมเนียม
เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว ต้องชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานพยาบาลและค่าธรรมเนียมการดำเนินการสถานพยาบาล
อัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
การรับใบอนุญาต
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.7)
ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.19)
สมุดทะเบียนสถานพยาบาล
ใบอนุญาตมีอายุ 10 ปี และต้องต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุ
การขออนุญาตเปิดสหคลินิก vs. คลินิกทั่วไป ต่างกันอย่างไร

แม้การเปิด สหคลินิก (Multi-specialty Clinic) และ คลินิกทั่วไป จะมีขั้นตอนการขออนุญาตที่คล้ายคลึงกันในบางด้าน เนื่องจากทั้งสองประเภทต้องปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานพยาบาล แต่ยังมีความแตกต่างที่สำคัญในแง่ของเอกสาร ข้อกำหนด และกระบวนการตรวจสอบ สรุปความเหมือนและความแตกต่างได้ดังนี้:
ความเหมือนในการขออนุญาต
ข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งสหคลินิกและคลินิกทั่วไปต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ และการตรวจสอบมาตรฐานโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
เอกสารพื้นฐานที่ต้องใช้
แบบคำขออนุญาตเปิดสถานพยาบาล
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
แผนที่ตั้งสถานพยาบาลและแบบแปลนสถานที่
ใบประกอบวิชาชีพของบุคลากรทางการแพทย์
กระบวนการตรวจสอบสถานที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น ความสะอาด ระบบสาธารณูปโภค และความปลอดภัย
ความแตกต่างในการขออนุญาต
1. ขอบเขตของบริการและการจัดการ
คลินิกทั่วไป: ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางใดทางหนึ่ง (เช่น คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด)
สหคลินิก: ให้บริการจากหลากหลายสาขาทางการแพทย์ในสถานที่เดียว เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม สูตินรีเวช กุมารเวชกรรม ฯลฯ
ดังนั้น สหคลินิกต้องมีการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งแผนกและการจัดการทรัพยากรในแต่ละแผนก
2. พื้นที่และโครงสร้างสถานที่
สหคลินิก: ต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่พอสำหรับการจัดแยกแผนกต่าง ๆ และรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่เฉพาะสำหรับหัตถการพิเศษ
คลินิกทั่วไป: พื้นที่อาจไม่ต้องกว้างขวางมากนัก เนื่องจากให้บริการเฉพาะทางเพียงสาขาเดียว
3. บุคลากรทางการแพทย์
สหคลินิก: ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา พร้อมใบประกอบวิชาชีพของแต่ละคน รวมถึงทีมงานสนับสนุน เช่น พยาบาลและผู้ช่วยแพทย์ในแต่ละแผนก
คลินิกทั่วไป: ใช้บุคลากรเฉพาะทางในสาขานั้น ๆ เพียงไม่กี่คน
4. รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์
สหคลินิก: ต้องจัดซื้อเครื่องมือแพทย์หลากหลายชนิดตามความต้องการของแต่ละสาขา รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องมือทั้งหมด
คลินิกทั่วไป: จัดหาเครื่องมือที่ใช้เฉพาะในสาขาที่ให้บริการเท่านั้น
5. การตรวจสอบและข้อกำหนดพิเศษ
สหคลินิก: การตรวจสอบมาตรฐานจะละเอียดและครอบคลุมกว่า เช่น การตรวจสอบระบบระบายอากาศ การจัดการขยะติดเชื้อในแต่ละแผนก และการแยกพื้นที่บริการให้เหมาะสม
คลินิกทั่วไป: การตรวจสอบเน้นความเหมาะสมในสาขาที่ให้บริการ เช่น ระบบฆ่าเชื้อในคลินิกทันตกรรม หรือความสะอาดในคลินิกผิวหนัง
ความซับซ้อนในการขออนุญาต
สหคลินิก: มีความซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากต้องบริหารจัดการหลายแผนกและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริการหลากหลายประเภท รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานที่หลากหลาย
คลินิกทั่วไป: กระบวนการขออนุญาตง่ายกว่า เพราะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในสาขาเดียว
สรุป
สหคลินิกเป็นรูปแบบสถานพยาบาลที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของคนยุคใหม่ ด้วยการให้บริการแบบครบวงจร แม้จะมีความท้าทายในด้านการลงทุนและการบริหารจัดการ แต่หากมีการวางแผนและระบบการทำงานที่ดี สหคลินิกสามารถเป็นธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง
หากใครที่สนใจหรืออยากเปิดคลินิก สามารถดูหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ID LINE : @clinicdeccor





ความคิดเห็น